ผู้นำทั้งยอดขายและนวัตกรรม
ในอุตสาหกรรมธนาคารสเต็มเซลล์และเทคโนโลยีเซลล์ภูมิคุ้มกัน

การันตีด้วยรางวัลและการเติบโตของธุรกิจต่อเนื่องยาวนานกว่า 11 ปี

2567
2566
2565
2564
2563
2562
2561
2560
2559
2558
2556
2554
2553
2567
  • วันที่ 21 มีนาคม 2567 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปี 2567 มีมติอนุมัติให้กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการ ดังนี้
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนหุ้นสามัญจำนวน 134,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จำนวน 268,000,000 หุ้น ซึ่งทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 400,000,000 บาท เป็น 534,000,000 บาท โดยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของกลุ่มบริษัทฯ จำนวน ไม่เกิน 268,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายแก่ประชาชน ทั่วไปเป็นครั้งแรก และอนุมัติ การนำหุ้น สามัญของกลุ่มบริษัทฯ ประเทศไทย ("SET ") เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ง
    • ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ มีอาคารที่ใช้ในการประกอบธุรกิจทั้งหมด 4 อาคาร ประกอบด้วย อาคารสำนักงานใหญ่ 1 อาคาร อาคารสำหรับจัดเก็บเซลล์ 1 อาคาร อาคารสำหรับวิจัยและ พัฒนา 1 อาคาร และอาคาร Sale & Marketting 1 อาคาร
    • กลุ่มบริษัทฯ ได้ริเริ่มปรับปรุงพื้นที่อาคารวิจัยและพัฒนาโดยได้เริ่มก่อสร้างและจัดเตรียมห้องแล็บคลีนรูมสำหรับโครงการติดตั้งระบบการจัดเก็บเซลล์ด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Cell Culture System) โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่อาคารเดิม
    • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 มีมติอนุมัติการ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นเติมของบริษัทฯ ก่อนการ เสนอขาย หุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในอัตรา 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงินรวม 248 ล้านบาท โดยพิจารณาจากกำไรสะสมตามงบการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567
    • ได้รับรางวัล Industry Champions of the Year จาก ACES Awards ปี 2567
    • ได้รับรางวัล Southeast Asia Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2567
2566
  • วันที่ 8 กันยายน 2566 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2566 ได้มีมติพิเศษอนุมัติรายการ ที่สำคัญ ดังนี้
    • ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 75,000,000 ล้านบาท หรือการลดทุนหุ้นสามัญ 150,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 300,000,000 บาท คงเหลือเป็นทุนจดทะเบียน จำนวน 225,000,000 บาท
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 175,000,000 บาท หรือการเพิ่มทุนหุ้นสามัญ 350,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 225,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 400,000,000 บาท โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้น เพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระค่าหุ้น เพิ่มทุนแล้วเต็มจำนวน
    • ได้รับรางวัล Southeast Asia Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2566
2565
  • วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 มีมติอนุมัติให้กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการ ดังนี้
    • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”)
    • เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้จากเดิมมูลค่า 100.00 บาทต่อหุ้น เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นจดทะเบียนและจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วเพิ่มขึ้นจากจำนวน 450,000,000 หุ้น เป็น 600,000,000 หุ้น โดยทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วยังคงเดิม ซึ่งได้มีการจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนหุ้นสามัญจำนวน 75,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท จำนวน 150,000,000 หุ้น ซึ่งทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 225,000,000 บาท เป็น 300,000,000 บาท โดยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของกลุ่มบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 150,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 4 หัวข้อ “ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์”
    • อนุมัติการนำหุ้นสามัญของกลุ่มบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”)
2564
  • เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 203,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 180,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564
  • เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 225,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 220,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อเตรียมความพร้อมในการจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564
  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมของกลุ่มบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 20.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลจำนวนทั้งสิ้น 40.60 ล้านบาท
  • จัดตั้งบริษัท เมดีซ เอ็นเค จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อทดสอบศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells)
  • จัดตั้ง Medeze Treasury Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 1,820,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อเป็นบริษัทเพื่อการลงทุน (Investment Arm)
  • จัดตั้ง Medeze Group Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 2,400,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อประกอบการวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2564
  • ได้รับรางวัล Southeast Asia Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2564
2563
  • เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2563 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 185,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 590,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563
  • ได้รับรางวัล Southeast Asia Stem Cell Banking Technology Innovation Leadership Award จาก Frost & Sullivan ปี 2563
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2563
2562
  • เริ่มใช้เครื่องเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคมอลชนิดอัตโนมัติ (Quantum) เพื่อเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อภายในระยะเวลาอันสั้น
  • ได้รับมาตรฐาน Association for the Advancement of Blood and Biotherapies (AABB) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารสเต็มเซลล์ที่เข้มงวด
  • ได้รับรางวัล Southeast Asia Stem Cell Banking Growth Excellence Leadership Award โดย Frost & Sullivan ปี 2562
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2562
  • ได้รับรางวัล CMO ASIA (Thailand Brand Leadership Award 2562)
2561
  • เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2561 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 150,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
  • เริ่มใช้แอพพลิเคชั่น Medeze เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิด
  • เปลี่ยนชื่อบริษัทจากเดิม บริษัท กรุงเทพสเต็มเซลล์ จำกัด เป็นบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2561
2560
  • เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2560 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 700,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
  • เริ่มบริการทดสอบศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells)
  • ได้รับมาตรฐาน ISO 22716:2007 โดย MS Certification Services Pvt. Ltd
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Growth Excellence Leadership Award โดย Frost & Sullivan ปี 2560
  • ได้รับรางวัล Thailand Stem Cell Banking Company of the Year จาก Frost & Sullivan ปี 2560
2559
  • เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2559 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 50,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
  • จัดตั้งบริษัท เมดีซ คอสเมซูติคอล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม
  • จัดตั้งบริษัท เมดีซวิจัยและพัฒนา จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 7,500,000 บาท เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
2558
  • เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 30,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
2556
  • เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 20,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 170,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
  • ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2008
  • เริ่มบริการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) จากการสกัดเนื้อเยื่อไขมันของบุคคลทั่วไป
2554
  • เริ่มใช้เครื่องคัดแยกอัตโนมัติ (AutoXpress) ที่สามารถคัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากเลือดสายสะดือ โดยลดโอกาสปนเปื้อนและความผิดพลาดจากการคัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดด้วยมนุษย์
2553
  • วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 - จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทฯ ในชื่อบริษัท กรุงเทพสเต็มเซลล์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยนพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย และนพ.จำรัส สกุลไพศาล ซึ่งนพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ นางกิตติมา เขมะรังสรรค์ และนพ.จำรัส สกุลไพศาล ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.00 33.33 และ 16.67 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด