บริษัทฯ บริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นสำคัญที่ผู้มีส่วนได้เสียและธุรกิจให้ความสำคัญ ประกอบด้วย การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการของเสีย รวมถึงแนวโน้มกฎระเบียบและมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้น เช่น การตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่คุณค่า และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียด้านข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ตลอดจนความคาดหวังของนักลงทุนและลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับ “ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร” และการจัดการของเสียอย่างรับผิดชอบ รวมถึงความเสี่ยงทรัพยากรในยุคปัจจุบัน เช่น ความตึงเครียดด้านน้ำ (water stress) ภัยแล้ง–น้ำท่วม ที่กระทบความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ควบคู่กับการประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร (Inside-out) ทั้งการใช้น้ำ การใช้พลังงาน และการเกิดของเสียจากกิจกรรมภายใน จึงกำหนดแนวทางบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการ 4Rs มาเป็นแนวทางบริหารจัดการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแบบเป็นระบบ ผ่านนโยบาย เป้าหมาย การติดตามผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ จัดการขยะตามหลักสุขาภิบาลและส่งต่อผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานเพื่อนำไปแปรรูปเป็นพลังงาน สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมตั้งเป้าลดขยะร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2568 ติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้านการใช้ทรัพยากร บริษัทฯ ขับเคลื่อนการทำงานแบบดิจิทัลเพื่อลดการใช้กระดาษ และพัฒนาระบบ Paperless เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ สำหรับด้านน้ำ บริษัทฯ ระบุประเด็นที่เกี่ยวข้องและกำหนดคำมั่นลดการใช้น้ำรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพ จัดทำแผนการจัดการน้ำและแนวทางนำน้ำกลับมาใช้ ดำเนินมาตรการลดการดึงน้ำ เช่น มิเตอร์หรือซับมิเตอร์ ลดการรั่วไหล และปรับกระบวนการ รวมทั้งจัดระบบข้อมูลเพื่อเปิดเผยการดึงน้ำและการระบายน้ำย้อนหลัง 3 ปี และปฏิบัติตามกฎหมาย ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง โดยประเมินความเสี่ยง water stress และกำหนดเป้าหมายพร้อมรายงานความก้าวหน้าเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ปริมาณการใช้น้ำ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 42.80
สัดส่วนการนำน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์ (purewater) กลับมาใช้ซ้ำ ร้อยละ 100
ปริมาณการใช้พลังงานจากปีฐาน 2566 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 46.28
ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.51
ข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม 0 กรณี ต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) มีกระบวนการดำเนินงานที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างตลอดห่วงโซ่คุณค่าโดยเฉพาะการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อมาตรฐาน Cleanroom Class 100 และระบบ Robotics ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง รวมถึงการขนส่งในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ ทรัพยากรสิ้นเปลืองทั้งในสำนักงานและบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และความต้องการทรัพยากรน้ำคุณภาพสูงในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนจึงเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน (Material to Competitiveness) เนื่องจากบริษัทฯ มีการขยายเครือข่ายผ่านโมเดลแฟรนไชส์ (Franchise Model) ไปยังประเทศกลุ่มเป้าหมายในตะวันออกกลางและอาเซียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางทรัพยากร เช่น ภาวะการขาดแคลนน้ำ (Water Stress) ในบางภูมิภาค บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเพื่อลดต้นทุนคงที่และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อโลก สอดคล้องกับกลยุทธ์ Good Green และแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งยกระดับสู่มาตรฐาน Sustainable Healthcare ในระดับสากล
เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ บริษัทฯ ได้กำหนดพันธกิจเชิงรุกในการ ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำ และปริมาณของเสียจากการดำเนินงานลง ภายใต้การกำกับดูแล (Oversight) ของคณะกรรมการบริษัท บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี Robotics และระบบ Automation มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรต่อหน่วยการผลิต (Resource Efficiency) ในพื้นที่เท่าเดิมในมิติด้านการจัดการของเสีย บริษัทฯ ได้ดำเนินการคัดแยกและกำจัด ขยะมูลฝอยติดเชื้อและน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์ อย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญตามเกณฑ์มาตรฐานสากลเพื่อป้องกันมลพิษต่อระบบนิเวศ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพผ่านหลักการ Double Materiality โดยระบุและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอันเนื่องมาจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อก้าวเข้าสู่รายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thai ESG) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การดำเนินงานเหล่านี้อ้างอิงตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ได้แก่ SDG 6 (การจัดการน้ำ), SDG 7 (พลังงานสะอาด) และ SDG 12 (การผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบ) เพื่อรักษาฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการน้ำ
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดเป้าหมายเชิงรุกในการลดปริมาณการใช้น้ำลง และมุ่งเน้นการปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเสียและน้ำยาเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการอย่างถูกวิธี โดยว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกดำเนินการเพื่อป้องกันการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการประหยัดน้ำภายในองค์กรควบคู่ไปกับการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการจัดการน้ำและสุขอนามัยอย่างยั่งยืน
ตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านการจัดการน้ำ
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2570 |
|---|---|
| ลดปริมาณการใช้น้ำจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 |
| สัดส่วนการนำน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์ (purewater) กลับมาใช้ | ร้อยละ 100 |
บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมี ดร.วัชรี ถิ่นธานี ประธานคณะกรรมการและกรรมการอิสระ เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของบริษัทฯ เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ขณะที่คณะกรรมการบริษัท ซึ่งรวมถึง นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer/Managing Director) และคุณพรรณอุไร อัครศักดิ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) มีหน้าที่อนุมัติและทบทวนนโยบาย พิจารณารายงานความเสี่ยงและโอกาส ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) มีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ รวมถึงพัฒนา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ เป้าหมายด้านความยั่งยืน และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ขณะที่คณะทำงานและพนักงาน (Employees) มีหน้าที่ดำเนินงานตามนโยบาย กระบวนการ และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละฝ่ายหรือแผนก สื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงรวบรวมและรายงานข้อมูลความเสี่ยง ประเด็นสำคัญ หรือผลการดำเนินงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ โดยระบุประเด็นด้านน้ำที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน และบูรณาการไว้ในระบบกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร พร้อมกำหนดคำมั่นและแนวทางในการลดการใช้น้ำรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จัดทำแผนการจัดการน้ำที่ครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดผู้รับผิดชอบ วิธีติดตาม และรอบการทบทวนอย่างเป็นระบบ รวมถึงวางแนวทางการนำน้ำกลับมาใช้หรือรีไซเคิลน้ำในกิจกรรมที่เหมาะสมโดยไม่กระทบต่อคุณภาพและความปลอดภัย ในเชิงปฏิบัติการ บริษัทฯ ดำเนินมาตรการลดการดึงน้ำ หรือ การใช้น้ำ เช่น การติดตั้งและตรวจสอบมิเตอร์ หรือ ซับมิเตอร์ในจุดใช้น้ำหลัก การตรวจจับการรั่วไหล การปรับปรุงอุปกรณ์ประหยัดน้ำ และการปรับขั้นตอนการทำความสะอาดให้มีประสิทธิภาพ โดยระบุขอบเขตการดำเนินมาตรการ และติดตามผลเพื่อขยายการดำเนินงานในจุดที่มีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดระบบข้อมูลเพื่อรายงานปริมาณการดึงน้ำและการระบายน้ำย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี พร้อมจำแนกตามแหล่งที่มาและปลายทางตามข้อมูลที่องค์กรใช้จริง พร้อมทั้งประเมินว่ามีการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความตึงเครียดด้านน้ำหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และกำหนดเป้าหมายด้านน้ำทั้งแบบเชิงกระบวนการและเชิงปริมาณ รวมถึงติดตามและสื่อสารความก้าวหน้าเทียบเป้าหมายอย่างโปร่งใส
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสนับสนุนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักการ 4Rs ประกอบด้วย การลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการทดแทน (Replacement) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการกำหนดเป้าหมายเพื่อลดการใช้น้ำ การวิเคราะห์ปริมาณการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ การวางแผนและดำเนินมาตรการอนุรักษ์น้ำ อาทิ การนำเทคโนโลยีก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์มาใช้ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับในการอนุรักษ์น้ำภายในองค์กร ผ่านการประชาสัมพันธ์และการจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ตัวชี้วัดและเป้าหมายการบริหารจัดการด้านน้ำ
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2570 | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|---|
| ลดปริมาณการใช้น้ำจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 | เพิ่มขึ้น ร้อยละ 42.80 |
| นำน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์ (purewater) กลับมาใช้ | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 100 |
บริษัทฯ มีปริมาณการใช้น้ำรวม 4,681 ลูกบาศก์เมตรในปี พ.ศ. 2568 โดยใช้น้ำประปา ซึ่งใช้ในกิจกรรมสำคัญขององค์กร เช่น การดำเนินงานในอาคารสำนักงาน การทำความสะอาด ห้องปฏิบัติการ และระบบสาธารณูปโภค ทั้งนี้ บริษัทฯ ติดตามตัวชี้วัด ความเข้มการใช้น้ำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำเทียบกับรายได้ โดยในปี พ.ศ. 2568 ความเข้มการใช้น้ำอยู่ที่ 7.68 ลูกบาศก์เมตรต่อรายได้หนึ่งล้านบาท
มาตรการลดการใช้น้ำและการอนุรักษ์น้ำ
บริษัทฯ ดำเนินมาตรการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่และกิจกรรมที่มีการใช้น้ำสูง โดยมาตรการสำคัญ ในปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วไหล รวมถึงการบำรุงรักษาระบบประปาภายในอย่างสม่ำเสมอ การปรับปรุงอุปกรณ์ใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการสื่อสารและสร้างความตระหนักเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด แก่พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง
การจัดการน้ำทิ้งและคุณภาพน้ำทิ้ง
บริษัทฯ ควบคุมการระบายน้ำทิ้งให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยน้ำทิ้งจากกิจกรรมหลักถูกจัดการผ่าน ระบบบำบัดน้ำเสียของอาคาร หรือการส่งต่อให้หน่วยงานและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องตามสัญญา และผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งสำคัญ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการบันทึกและจัดเก็บเอกสารผลตรวจวัดเพื่อรองรับการตรวจสอบ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการใช้น้ำรวม 4,681 ลูกบาศก์เมตร และมีความเข้มการใช้น้ำอยู่ที่ 7.68 ลูกบาศก์เมตรต่อรายได้หนึ่งล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการติดตามประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่องขององค์กร บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในกิจกรรมที่มีการใช้น้ำสูง อาทิ การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วไหล การบำรุงรักษาระบบประปาภายใน การปรับปรุงอุปกรณ์ใช้น้ำ และการสื่อสารสร้างความตระหนักด้านการใช้น้ำอย่างประหยัดแก่พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังควบคุมการจัดการน้ำทิ้งให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยน้ำทิ้งจากกิจกรรมหลักถูกจัดการผ่านระบบบำบัดน้ำเสียของอาคารหรือส่งต่อให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องตามสัญญา และผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งสำคัญอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตามข้อมูลการใช้น้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในจุดที่มีนัยสำคัญ และการนำน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งในปี 2568 สามารถนำน้ำกลับมาใช้ได้ร้อยละ 100 เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาว
บริษัทฯ เริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน โดยทำการเชื่อมต่อระบบท่อส่งน้ำจากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์ (Purified Water) เข้ากับถังเก็บน้ำสำรอง เพื่อสร้างเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการจ่ายน้ำไปยังจุดใช้งานต่างๆ ทั่วทั้งอาคาร ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ การผลิตและรักษาคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ติดตั้งถังเก็บน้ำสำรองเพิ่มเติมขนาด 5,500 ลิตร เพื่อรองรับการนำน้ำทิ้ง (Reject Water) จากกระบวนการผลิตน้ำบริสุทธิ์กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ (Water Recycling) ในกิจกรรมส่วนกลาง อาทิ การอุปโภค ในห้องน้ำ การล้างรถ และการดูแลพื้นที่สีเขียว (รดน้ำต้นไม้) ซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรน้ำ จากแหล่งภายนอก แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงนโยบายการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดขององค์กร

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน โดยกำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อ ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลง เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน บริษัทฯ ขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ผ่านการนำเทคโนโลยี มาใช้ในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดอยู่ ภายใต้การกำกับดูแล (Oversight) ของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางขององค์กรที่กำหนดไว้
ตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านการจัดการพลังงาน
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้นภายในปี 2570 |
|---|---|
| ลดปริมาณการใช้พลังงานจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 |
บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและการจัดการด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ โดยมี ดร.วัชรี ถิ่นธานี ประธานคณะกรรมการและกรรมการอิสระ เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งรวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer/Managing Director) และประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) มีหน้าที่อนุมัติและทบทวนนโยบาย พิจารณารายงานความเสี่ยง ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่คณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) มีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการด้านพลังงาน พัฒนา ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ส่วนคณะทำงานและพนักงาน (Employees) มีหน้าที่ดำเนินงานตามนโยบาย กระบวนการ และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละฝ่ายหรือแผนก สื่อสารข้อมูลไปยังผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงรวบรวมและรายงานข้อมูลความเสี่ยงหรือประเด็นสำคัญต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการด้านพลังงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพลังงานที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญคือการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผ่านการเพิ่มพื้นที่รองรับแผง เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กรและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่ายทั่วไป พร้อมกำหนดเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2568 ให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากแหล่งทั่วไปลงอย่างน้อยร้อยละ 30 และมีการใช้พลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 300 MWh ต่อปี โดยบริษัทฯ จะติดตามผลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอ สรุปผลและรายงานความก้าวหน้าเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน โดยนำหลักการ 4Rs ประกอบด้วย การลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการทดแทน (Replacement) มาประยุกต์ใช้ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องถือปฏิบัติจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยดำเนินการกำหนดเป้าหมายด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนานโยบายให้มีความชัดเจน วิเคราะห์ปริมาณการใช้พลังงานในแต่ละพื้นที่พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพลังงานทดแทนมาใช้อย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนงานและมาตรการอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วม อาทิ การปิดไฟช่วงพักกลางวัน การใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น การตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติก่อนเวลาเลิกงานครึ่งชั่วโมง การลดการใช้ลิฟท์โดยสารกรณีขึ้นลงชั้นเดียว การเลือกใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศตามแผนการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการติดตามและปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

พลังงานหมุนเวียนและแนวทางสนับสนุนการลดการปล่อยการใช้พลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพ บริษัทฯ ดำเนินมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกิจกรรมสำคัญ เช่น การติดแผงโซล่าเซลล์ โดยในปี 2568 มีการใช้พลังงานรวม และการใช้ไฟฟ้ารวม 1,411,097.81 kWh มาตรการที่ดำเนินการที่สำคัญประกอบด้วย
- การปรับตั้งค่าและควบคุมการทำงานของระบบที่ใช้พลังงานสูงให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง
- การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นชนิดประหยัดพลังงานตามความเหมาะสมของพื้นที่และลักษณะการใช้งาน
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งและพลังงานทดแทนรวม 1,411,097.81 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประกอบด้วยพลังงานไฟฟ้าจากสายส่งปริมาณ 885,150.00 กิโลวัตต์ชั่วโมง และพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ปริมาณ 525,947.81 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน 2566 ซึ่งมีปริมาณการใช้พลังงานรวม 964,623.00 กิโลวัตต์ชั่วโมง พบว่าการใช้พลังงานรวมเพิ่มขึ้น 446,474.81 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 37.27 สะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจและการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการใช้ไฟฟ้าจากสายส่ง พบว่าบริษัทฯ สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกลงได้ 79,473.00 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ คิดเป็นร้อยละ 8.24 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 อีกทั้งโครงสร้างการใช้พลังงานในปี 2568 ประกอบด้วยไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ร้อยละ 37.27 ของการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งหมดซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร้อยละ 20.81 สะท้อนถึงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
ตัวชี้และเป้าหมายการบริหารจัดการด้านพลังงาน
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้นภายในปี 2570 | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|---|
| ลดปริมาณการใช้พลังงานจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 | เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.28 |
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งที่ไม่หมุนเวียน และสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 525,947.81 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็น ร้อยละ 37.27 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดขององค์กร เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 230,783.19 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็น ร้อยละ 20.81 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดขององค์กร ขณะที่ในปี 2566 บริษัทฯ ยังไม่มีการใช้พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการดำเนินงานจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 249.88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามวิธีการคำนวณของบริษัทฯ สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาแนวทางเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป โดยคำนึงถึงความพร้อมด้านเทคนิค ความคุ้มค่าทางการเงิน และความเหมาะสมของโครงการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
บริษัทฯ ติดตามและประเมินผลการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจและการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน แม้ปริมาณการใช้พลังงานรวมในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นจากปีฐานตามการขยายกิจกรรมขององค์กร แต่บริษัทฯ สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรในระดับที่มีนัยสำคัญ สะท้อนถึงประสิทธิผลของแนวทางการบริหารจัดการพลังงานที่มุ่งเน้นทั้งการควบคุมการใช้พลังงานและการใช้พลังงานสะอาดควบคู่กัน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตามข้อมูลเชิงลึก การทบทวนจุดที่ใช้พลังงานสูง และการเพิ่มโอกาสในการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
บริษัทฯ ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน โดยขยายพื้นที่การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ภายในพื้นที่ของ MEDEZE เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากแหล่งทั่วไปให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมามีการบันทึกปริมาณ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนำมาใช้งานจริงรวม 513.73 mWh (หรือ 513,730 kWh) ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากระบบบันทึกผลการผลิตไฟฟ้าอัตโนมัติขององค์กร และสามารถช่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 248.88 tCO ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามขององค์กรในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน

ความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการเสียและสิ่งปนเปื้อน
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการของเสียและมลพิษอย่างเป็นระบบภายใต้กลยุทธ์ "Good Green" และแนวคิด “Green Biotech” โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน การดำเนินงานในมิตินี้อยู่ ภายใต้การกำกับดูแล (Oversight) ของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งได้กำหนดพันธสัญญาเชิงรุกในการ ลดปริมาณของเสียที่ โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการจัดการของเสียจากต้นทางผ่านกระบวนการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ทั้งขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล รวมถึง ขยะอันตรายและไม่อันตราย ซึ่งจะถูกกำจัดอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกตามกฎระเบียบที่เคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ปลูกฝัง วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว เพื่อให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการแยกขยะและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กรสู่ระบบบริการสุขภาพแห่งอนาคตที่ตรวจสอบได้และเป็นมิตรต่อโลก
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดนโยบายด้านการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเพื่อลดการใช้กระดาษในกระบวนการทำงานภายในองค์กร บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายชัดเจนในการลดการใช้กระดาษลดลงร้อยละ 5 ภายในปี พ.ศ. 2568 เมื่อเทียบกับปีฐาน เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์สำคัญคือการเสริมกำลังบุคลากรในฝ่าย MIT เพื่อเร่งพัฒนาและปรับปรุงระบบดิจิทัล รวมถึงการเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) ให้แล้วเสร็จอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูล แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังยกระดับความคล่องตัว โปร่งใส และประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดการใช้กระดาษลดลงร้อยละ 5 ภายในปี พ.ศ. 2568 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การเสริมกำลังบุคลากรในฝ่าย MIT เพื่อเร่งพัฒนาระบบดิจิทัลและขับเคลื่อนการทำงานแบบ Paperless ดังนี้
- เพิ่มกำลังคนในฝ่าย MIT เพื่อรองรับการพัฒนาโปรแกรมและระบบ Paperless ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สำรวจประเภทเอกสารที่มีการใช้งานสูงสุด เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ
- กำหนด Roadmap การพัฒนาระบบ Paperless ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับโครงสร้างการทำงานขององค์กร
- พัฒนาระบบจัดการเอกสารดิจิทัล (e-Document System) และเชื่อมต่อกับระบบหลัก เช่น ERP เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดการใช้กระดาษ
- ขยายการใช้งานสู่ทุกหน่วยงาน พร้อมสื่อสารนโยบาย “ลดกระดาษ” และส่งเสริมการใช้ระบบ Paperless อย่างครอบคลุม
- ติดตามและประเมินผล การลดการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่องเพื่อวัดความก้าวหน้า
- จัดทำรายงานสรุปผล ครอบคลุมปริมาณกระดาษที่ลดลง ความคุ้มค่า และแผนการพัฒนาต่อยอดในอนาคต
ตัวชี้และเป้าหมายการจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อน
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2570 |
|---|---|
| ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 |
| ข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม | 0 กรณี ต่อเนื่อง |
บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน การจัดการของเสีย และสิ่งปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ โดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งรวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer/Managing Director) และประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) มีหน้าที่อนุมัติและทบทวนนโยบาย พิจารณารายงานความเสี่ยง ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อนให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรด้านการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่คณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) มีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อน พัฒนา ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ส่วนคณะทำงานและพนักงาน (Employees) มีหน้าที่ดำเนินงานตามนโยบาย กระบวนการ และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อนให้เหมาะสมกับแต่ละฝ่ายหรือแผนก สื่อสารข้อมูลไปยังผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงรวบรวมและรายงานข้อมูลความเสี่ยงหรือประเด็นสำคัญต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อนของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางการกำจัดขยะภายในองค์กร ตามหลักสุขาภิบาล และส่งต่อไปยังผู้ให้บริการหรือศูนย์กำจัดที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2568 ให้สามารถลดปริมาณขยะภายในองค์กรลดลงร้อยละ 20 ผ่านการควบคุมและปรับปรุงกระบวนการจัดการของเสีย รวมถึงการติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะและของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทฯ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงลดการขาดแคลนทรัพยากร โดยนำหลักการ 4Rs ประกอบด้วย การลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการทดแทน (Replacement) มาประยุกต์ใช้ โดยบริษัทฯ ดำเนินการกำหนดเป้าหมายเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดการเกิดขยะภายในสำนักงาน สร้างความตระหนักในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการประชาสัมพันธ์และการจัดเตรียมถังแยกขยะในทุกพื้นที่ของสำนักงาน ติดตามและประเมินผลการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การใช้ทรัพยากรภายในองค์กรเป็นไปอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด ดังนี้

บริษัทฯ ดำเนินงานด้านการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดแยก การจัดเก็บ การกำจัด และการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ตัวชี้และเป้าหมายการจัดการของเสียและสิ่งปนเปื้อน
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2570 | ผลดำเนินงานในปี 2568 |
|---|---|---|
| ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจากปีฐาน 2566 | ลดลงร้อยละ 10 | เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.51 |
| ข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม | 0 กรณี ต่อเนื่อง | 0 กรณี |
บริษัทฯ มีปริมาณของเสียรวม 30.89 ตัน โดยจำแนกเป็นของเสียไม่อันตราย 16.77 ตัน และของเสียอันตราย 14.12 ตัน ทั้งนี้ของเสียหลักที่เกิดจากการดำเนินงาน และไม่พอข้อร้องเรียงในประเด็นสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2568
บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของเสียผ่านกระบวนการคัดแยกขยะ ณ แหล่งกำเนิด เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องส่งกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ (Landfilling) โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนขยะทั่วไปมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 79 ในปี 2566-2567 เป็นร้อยละ 84 ในปี 2568 ในขณะที่สัดส่วนขยะมูลฝอยลดลงจากร้อยละ 21 เหลือเพียงร้อยละ 16.14 ในปีล่าสุด ซึ่งการลดลงถึงร้อยละ 21.57 สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวินัยและระบบการคัดแยกของเสียภายในองค์กรที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ในด้านปริมาณของเสียไม่อันตรายรวม พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ โดยปรับตัวจาก 14.63 ตัน ในปี 2566 เป็น 15.17 ตัน ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 16.77 ตัน ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.62 เมื่อเทียบกับปีฐาน2566 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจ จึงมุ่งเน้นการยกระดับมาตรการลดการเกิดของเสีย (Waste Reduction) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการปลายทางเพื่อควบคุมปริมาณของเสียรวมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
บริษัทฯ ควบคุมการจัดการของเสียอันตรายตามหลักสุขาภิบาลและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โดยจัดเก็บแยกประเภท ติดฉลาก และควบคุมการขนย้ายโดยผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ในปี พ.ศ. 2568 บริษัทฯ มีของเสียอันตรายปริมาณ 14.12 ตัน และดำเนินการส่งกำจัดผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตครบถ้วน พร้อมจัดเก็บเอกสารกำกับและหลักฐานการส่งกำจัดเพื่อรองรับการตรวจสอบ
บริษัทฯ ติดตามอัตราการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการจัดการ โดยในปี พ.ศ. 2568 อัตราการนำกลับมาใช้ประโยชน์อยู่ที่ ร้อยละ 49 เมื่อเทียบกับปีฐาน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 36.53 เนื่องจากการเพิ่มจุดคัดแยก การสื่อสารภายในองค์กร หรือการปรับผู้ให้บริการจัดการของเสีย โดยขยะรีไซเคิล และขยะมูลฝอยจะถูกนำไปกำจัดด้วยการเผาทั้งหมด
ในด้านประสิทธิภาพการจัดการของเสียเปรียบเทียบกับรายได้ (Waste Intensity) พบว่าในช่วงปี 2566 ถึง 2567 อัตราความเข้มข้นของปริมาณของเสียต่อรายได้อยู่ในระดับที่ทรงตัว โดยลดลงเล็กน้อยจาก 40.49 กิโลกรัมต่อล้านบาท ในปี 2566 เป็น 40.29 กิโลกรัมต่อล้านบาท ในปี 2567
ในปี 2568 อัตราความเข้มข้นดังกล่าวมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 51.39 กิโลกรัมต่อล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 27.55 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งการเพิ่มขึ้นของค่าความเข้มข้นของของเสียในปีล่าสุดนี้ สะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมการดำเนินงาน
การใช้ทรัพยากร
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อกระบวนการดำเนินงานเฉพาะทางของบริษัทฯ เช่น ไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานและการให้บริการของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการติดตาม บันทึก และทบทวนปริมาณการใช้ไนโตรเจนเหลวอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มการใช้ทรัพยากร การวางแผนการดำเนินงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม บริษัทฯ มีปริมาณการใช้ไนโตรเจนเหลวเท่ากับ 36,270.13 ตัน 62,305.82 ตัน และ 124,230.24 ตัน ในปี พ.ศ. 2566–2568 ตามลำดับ โดยแนวโน้มการใช้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจและความต้องการใช้ทรัพยากรที่สอดคล้องกับการเติบโตของการดำเนินงานของบริษัทฯ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรดังกล่าวอย่างรอบคอบ จึงนำข้อมูลการใช้ไนโตรเจนเหลวมาประกอบการวิเคราะห์และทบทวนการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียจากกระบวนการ และส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลด้านการใช้ทรัพยากรอย่างโปร่งใสและต่อเนื่องแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ ติดตามผลการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจ โดยในปี 2568 แม้ปริมาณของเสียจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นจากปีฐาน แต่บริษัทฯ ยังคงควบคุมการจัดการของเสียได้อย่างเหมาะสม และไม่พบข้อร้องเรียนในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความต่อเนื่องของระบบกำกับดูแลและการจัดการที่ครอบคลุม ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมุ่งปรับปรุงการบริหารจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตามข้อมูลของเสียในกลุ่มที่มีนัยสำคัญ การทบทวนแนวทางคัดแยกและกำจัดอย่างเหมาะสม ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
บริษัทฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนำกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีมาใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เพื่อสนับสนุนการลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลัก 4R พร้อมจัดให้มีระบบติดตามการ เบิกใช้ และ ส่งคืน กล่องบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องโดยเริ่มดำเนินการและบันทึกผลการติดตาม ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

บริษัทฯ สนับสนุนการลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบผ่านโครงการ “ขยะกำพร้า” โดยบริษัทฯ เพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกและรวบรวมขยะทั่วไปที่ขาดการจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ลดการปนเปื้อน และเพิ่มการนำกลับมาใช้ประโยชน์ จากหลักฐานการชั่งน้ำหนักล่าสุด บริษัทฯ สามารถ ลดขยะฝังกลบได้ 320 กิโลกรัม สะท้อนผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
