หากกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของกลุ่มบริษัท หรือบุคคลภายนอก มีข้อสงสัยหรือมีหลักฐานว่ามีกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือตัวแทนซึ่งกระทำการในนามของกลุ่มบริษัท เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตและคอร์รัปชัน สามารถรายงานหรือแจ้งเบาะแสต่อกลุ่มบริษัท โดยสามารถเลือกที่จะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยชื่อ พร้อมทั้งระบุข้อสงสัย หรือ ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำทุจริตคอร์รัปชัน หรือได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้
- การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนทางอีเมลหรือโดยตรงถึง
- ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบโดยตรง หรือผู้บังคับบัญชาที่ไว้วางใจ (ตั้งแต่ระดับผู้จัดการขึ้นไป)
- ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
- เลขานุการบริษัท
- หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน
- คณะกรรมการตรวจสอบ
- ทางไปรษณีย์
โดยส่งจดหมายปิดผนึกและจ่าหน้าซองถึง "ผู้รับแจ้งข้อร้องเรียน" หน่วยงานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 28/9 หมู่ที่ 8 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73220
- ช่องทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ : anticorruption@medezegroup.com
- ช่องทางการร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ : www.medezegroup.com
การปกป้องคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ปฏิเสธการทุจริตและคอร์รัปชัน
เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ผู้ที่ปฏิเสธการทุจริตและคอร์รัปชัน หรือบุคคลใดที่ให้ความร่วมมืออย่างสุจริตใจ รวมถึงเป็นการป้องกันจากการถูกกลั่นแกล้งอันเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนนั้น ๆ กลุ่มบริษัทจึงมีการกำหนดแนวทางการปกป้องคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ดังนี้
- กลุ่มบริษัทจะปกปิด ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน และจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน หรือเว้นแต่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
- กลุ่มบริษัทได้มีการกำหนดบทลงโทษทางวินัยกับผู้รับผิดชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องและตรวจสอบเบาะแสหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับ เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน
- กรณีที่ผู้ร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัยหรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย ผู้ร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทหรือบริษัทย่อยกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเพิ่มเติมหรือบริษัทหรือบริษัทย่อย อาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือไม่ปลอดภัย
- ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือผลกระทบ จะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยวิธีการหรือกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
- กลุ่มบริษัทจะไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลทางลบต่อกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานที่ปฏิเสธการทุจริตและคอร์รัปชัน แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
กระบวนการเมื่อได้รับการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
ภายหลังจากได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียน กลุ่มบริษัทมีแนวทางการตอบสนองต่อเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ที่ได้รับ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
- ผู้รับแจ้งข้อร้องเรียนเสนอเรื่องร้องเรียนให้กับ "ผู้ตรวจสอบฯ" เพื่อตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง โดยผู้ตรวจสอบสามารถเป็นบุคคลดังต่อไปนี้
- 1.1 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำหรับกรณีผู้ถูกร้องเรียนเป็นพนักงานระดับต่ำกว่าผู้บริหาร หรือเป็นการร้องเรียนจากบุคคลภายนอก
- 1.2 คณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบสำหรับกรณีผู้ถูกร้องเรียนเป็นพนักงานระดับตั้งแต่ผู้บริหารขึ้นไป ในกรณีมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ ผู้ตรวจสอบฯ สามารถเชิญให้พนักงานหรือผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบโดยตรงของผู้ร้องเรียนมาให้ข้อมูล หรือขอให้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงได้
- หากตรวจสอบแล้วพบว่าเรื่องร้องเรียนเป็นความจริง ให้ผู้ตรวจสอบฯ ดำเนินการดังนี้
- 2.1 กรณีที่เป็นการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำการอันทุจริต หรือผิดกฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับหรือหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ให้เสนอเรื่องดังกล่าวพร้อมความเห็น ต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาต่อไป
- 2.2 แจ้งความคืบหน้าและผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดและการทุจริตกับ ผู้ร้องเรียนที่เปิดเผย ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ ไว้ ภายในระยะเวลา 7 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่สรุปผลการสอบสวนเป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งด้วยเหตุผลความจำเป็นในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและ รักษาความลับ บริษัทอาจไม่สามารถให้ข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนหรือการลงโทษทางวินัย
- 2.3 กรณีที่เรื่องร้องเรียนดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ เช่น เป็นเรื่องที่กระทบต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์หรือฐานะทางการเงินของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือขัดแย้งกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อยหรือเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง เป็นต้น ให้เสนอเรื่องดังกล่าวพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป
- 2.4 กรณีที่ข้อร้องเรียนทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใดผู้หนึ่ง ให้ผู้ตรวจสอบฯ เสนอวิธีการบรรเทาความเสียหายที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายตามที่เห็นสมควรก็ได้
- 2.5 ภายหลังจากผลการสอบสวนเป็นที่สิ้นสุด ให้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบทราบ ทั้งนี้หากเป็นกรณีที่ผู้ตรวจสอบฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนบรรษัทภิบาลอย่างร้ายแรงจนอาจกระทบต่อชื่อเสียง ของบริษัทฯ ให้ผู้ตรวจสอบฯ รายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบรับทราบเป็นระยะ นับตั้งแต่ได้รับการร้องเรียน เรื่องดังกล่าวโดยไม่ต้องรอให้กระบวนการตรวจสอบ วินิจฉัย และตัดสินเสร็จสิ้นก่อน
บทลงโทษ
- กลุ่มบริษัทฯ กำหนดบทลงโทษสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้โดยผู้ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกสอบสวนหรือพิจารณาลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่กลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดไว้หรือตามความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการเลิกจ้างหรือให้ออกจากตำแหน่ง และอาจมีการดำเนินการตามกฎหมาย หากการกระทำนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง หรือทำให้กลุ่มบริษัทฯ ได้รับความเสียหาย
- กรณีผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทฯ หรือ ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ กลุ่มบริษัทฯ อาจพิจารณายกเลิกการทำธุรกรรมใด ๆ กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทฯ หรือลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจดังกล่าว
การเข้าร่วมเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) เพื่อเป็นการแสดงถึงจุดยืนในการให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรของบริษัทฯ ทุกระดับมีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2571 บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกโครงการ CAC จากคณะกรรมการ CAC
รูปภาพการเข้าร่วมเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน

