ธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ มีคุณธรรม มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมการให้สินบนทางการเงิน และการให้ผลประโยชน์ในลักษณะไม่เป็นตัวเงิน รวมถึงการให้สิ่งของ ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง หรือผลประโยชน์อื่นใด ที่อาจมีเจตนาเพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจโดยมิชอบมุ่งเน้นดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง มีส่วนช่วยในการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงทางด้านการเงิน กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้สามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการบูรณาการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งองค์กร (Risk Management) กรอบการบริหารความเสี่ยง และประเมินความเสี่ยงในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และระบบควบคุมภายในที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานและเทคโนโลยี ด้านกลยุทธ์และการขยายธุรกิจ ด้านกฎระเบียบและจริยธรรม และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ ครอบคลุมมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความปลอดภัยถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นำไปสู่การเป็นองค์กรสุขภาพที่ยั่งยืนแห่งอนาคต (Sustainable Healthcare Organization) ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกับสังคม

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
สัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง
(Board Directors) ร้อยละ 54.55
สัดส่วนคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิง
(Executive committee) ร้อยละ 60.00
ได้รับการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่อง
ได้รับการการตรวจประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) 3 ดาว ขึ้นไป

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการบริหารความเสี่ยง นโยบายการตรวจสอบภายใน และนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยยึดถือปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย หลักเกณฑ์ ระเบียบและข้อบังคับที่ รวมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 ภายใต้การกำกับดูแล (Oversight) ของคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามวัตถุุประสงค์ เป้าหมาย และทิศทางขององค์กรที่กำหนดไว้ ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มผ่านการสื่อสารและฝึกอบรมสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Technology) ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้รับบริการซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตของบริษัทฯ ในการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลก สร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์ให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น (Longevity) ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความต้องการจากสังคมผู้สูงอายุที่ต้องการการรักษาเฉพาะบุคคล (Persona-lized Medicine) เป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความต้องการของสังคมผู้สูงอายุ ต้นทุนพลังงานและต้นทุนด้านสุขภาพที่สูงขึ้นประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อาจส่งผลให้ลูกค้าบางกลุ่มมีรายจ่ายลดลงหรือกำลังซื้อถดถอย รวมไปถึงปัญหาสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในการขนส่งตัวอย่างชีวภาพระหว่างประเทศ จากการพิจารณาทั้งความเสี่ยงปัจจุบัน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมต่อกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างครอบคลุม บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้เป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยรวมหลักการบริหารความเสี่ยงองค์กร (COSO ERM) ในการมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม


ทิศทางและความมุ่งมั่นขององค์กร
ความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาล

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการที่เหมาะสมในการสนับสนุนการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของบทบาทหน้าที่ ความเป็นอิสระ ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจและความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท โดยบริษัทฯ กำหนดโครงสร้างให้ประธานคณะกรรมการมิใช่บุคคลเดียวกับผู้บริหารสูงสุด (CEO) และประธานกรรมการต้องเป็นกรรมการอิสระ เพื่อสร้างกลไกการถ่วงดุลอำนาจและการตรวจสอบที่เอื้อต่อการตัดสินใจอย่างรอบคอบและรักษาผลประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Board Diversity) อาทิ ความหลากหลายทางเพศ ความเป็นอิสระและความเชี่ยวชาญในระดับคณะกรรมการ โดยการแสดงคำมั่นสนับสนุนความหลากหลาย และการกำหนดเป้าหมายหมายเชิงปริมาณในการรักษาสัดส่วนกรรมการหญิงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความหลากหลายในการกำกับดูแลกิจการ นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีสัดส่วนกรรมการอิสระที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนความเป็นอิสระในการกำกับดูแลและการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท อีกทั้ง บริษัทฯ กำหนดขนาดของคณะกรรมการบริษัทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจและแนวปฏิบัติที่ดีเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมประเด็นสำคัญขององค์กรและบริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อยที่ประกอบด้วยกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงาน สามารถจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างเข้มงวด ความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลนี้จะช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในฐานะผู้นำนวัตกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceutical) ที่ยั่งยืนในระดับสากล

ตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านธรรมาภิบาล

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียมในระดับคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) โดยตระหนักว่าความหลากหลายทางเพศช่วยเสริมมุมมองที่รอบด้านในการกำกับดูแลและการตัดสินใจขององค์กร บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการรักษาและขยายสัดส่วนกรรมการเพศหญิงในระดับคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) และคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) ให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายและเท่าเทียม ดังนี้

ตัวชี้วัด เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2571
เป้าหมายระยะยาว
ภายในปี 2573
สัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง
(Board Directors)
ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง
สัดส่วนคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิง
(Executive committee)
ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง
โครงสร้างการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ธรรมาภิบาล (Good Governance) การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption) จรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) และการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Risk Management) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงสร้างการบริหารจัดการได้กำหนดบทบาทหน้าที่ออกเป็น 3 ระดับในการกำกับดูแลและดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันทั้งองค์กร ประกอบด้วย 1) ระดับการกำกับดูแล (Board Level – Oversight) คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทางเชิงกลยุทธ์ และกรอบการกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการต่อต้านการทุจริต พร้อมทั้งกำกับติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเลขานุการบริษัทมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลความเสี่ยงจากภายในองค์กร ทั้งในระดับองค์กรและระดับฝ่าย รวมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างโปร่งใส และประสานงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี 2) ระดับบริหาร (Executive Level – Management) คณะกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่แปลงนโยบายและกรอบการกำกับดูแลไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดแผนงาน มาตรการควบคุม และระบบบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงผลักดันให้เกิดการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมอย่างเป็นรูปธรรมในทุกสายงาน และ 3) ระดับปฏิบัติการ (Operational Level) หน่วยงานและพนักงานทุกระดับมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางที่กำหนด โดยบูรณาการหลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจเข้ากับกระบวนการทำงานประจำวัน เพื่อให้เกิดการควบคุมความเสี่ยงและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างดังกล่าวช่วยเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ และสนับสนุนให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โปร่งใส ตรวจสอบได้และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน

ภาระกิจของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ในปี 2568

1. ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

  1. การกำหนดและเสนอแนะนโยบาย โดยพิจารณากำหนดแนวทางและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายด้านจรรยาบรรณ จริยธรรมทางธุรกิจ และมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานการปฏิบัติที่ถูกต้องขององค์กร
  2. การดูแลผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการเสนอแนะและทบทวนแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
  3. การส่งเสริมการบริหารแบบบูรณาการ (GRC) โดยสนับสนุนให้มีการประสานงานกันระหว่างการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมาย (Governance, Risk Management, Compliance) ให้เกิดประสิทธิผล
  4. การติดตามและประเมินผล ผ่านการให้คำปรึกษาและติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับประเทศและสากล

2. ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)

  1. การกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมาย โดยพิจารณานโยบายและแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คำนึงถึงความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG)
  2. การส่งเสริมความยั่งยืน ให้คำแนะนำและผลักดันให้การดำเนินงานของบริษัทบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน
  3. การเปิดเผยข้อมูล และประเมินผลการดำเนินการด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งกำกับการเปิดเผยข้อมูลให้มีความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสีย

3. ด้านอื่น ๆ และความรับผิดชอบ

  1. การทบทวนความเหมาะสมของกฎบัตรเป็นประจำทุกปีเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
  2. การปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายเพิ่มเติม
  3. การรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นระยะ และจัดทำรายงานเพื่อเปิดเผยในแบบ 56-1 One Report ของบริษัทฯ
  4. การประเมินผล โดยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี

ตารางแสดงทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Skill Matrix) ของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรในระยะยาว โดยพิจารณาจากความหลากหลายด้านทักษะ (Skills) ความรู้ (Knowledge) และประสบการณ์ (Experience) ที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 11 คน ซึ่งมีทั้งกรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระ โดยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของบริษัทและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดทุน บริษัทฯ จึงได้จัดทำตารางแสดงทักษะและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัท (Board Skill Matrix) เพื่อสะท้อนภาพรวมของขีดความสามารถของคณะกรรมการในมิติต่าง ๆ อาทิ ด้านการบริหารธุรกิจและการวางแผนกลยุทธ์ ด้านการเงิน การบัญชี และการภาษีอากร ด้านการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืน (ESG) ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์การแพทย์ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินความครบถ้วนขององค์ประกอบคณะกรรมการ และระบุช่องว่างของทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญของกรรมการ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบคณะกรรมการได้อย่างโปร่งใส ขณะเดียวกันยังสะท้อนบทบาทของคณะกรรมการในการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจว่าบริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และมีความหลากหลายของทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การกำกับดูแลความเสี่ยง และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังนี้

รายชื่อคณะกรรมการ ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ
ผู้นำ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ การเงิน การแพทย์ ธนาคาร กฎหมาย จัดซื้อ บัญชี การตลาด สื่อสิ่งพิมพ์ การตรวจสอบ ตรวจสอบภายใน การบริหารธุรกิจ การเจรจาต่อรอง การจัดการองค์กร การจัดการโครงการ การจัดการข้อมูล การจัดการความเสี่ยง การจัดการกลยุทธ์ การจัดการแบรนด์ การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการทรัพยากร เงินทุนและหลักทรัพย์ การจัดทำงบประมาณ
1. ดร. วัชรี ถิ่นธานี
2. นพ. วันชัย จันทราพิทักษ์
3. ดร. มีวาตรา ศาลชัย
4. นางสุภาวดี คงทวี
5. นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์
6. นพ. วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์
7. นายธนบดี สวัสดิศรี
8. นพ. วีรพล เมฆะรังสรรค์
9. นางพรรณอุไร อัครศักดิ์สกุล
10. พญ. รัชนี โอเจริญ
11. นส. สุภา กาญจนกิจโกศล
12. นส. ดนิตา พิทักษ์เงินดิกุล
13. ดร. ธณัท กุลกาญจนาวรรณ
รวม 5 3 3 4 5 1 1 1 3 1 1 5 2 2 6 4 2 3 5 6 1 9 1 1 4

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการ ของการกำกับดูแลองค์กรให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยง โอกาส และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยผลการประเมินอยู่ในระดับดีเยี่ยม และถูกนำไปใช้ในการพัฒนาการทำงานของคณะกรรมการในระยะถัดไป

ผลการประเมินของคณะกรรมการ
คณะกรรมการทั้งคณะ

คะแนนเฉลี่ย 3.78 ระดับดีเยี่ยม

คณะกรรมการรายบุคคล

คะแนนเฉลี่ย 3.71 ระดับดีเยี่ยม

ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ
คณะกรรมการชุดย่อย คะแนนเฉลี่ย ระดับ
คณะกรรมการการลงทุน 3.80 ดีเยี่ยม
คณะกรรมการบริหาร 3.69 ดีเยี่ยม
คณะกรรมการตรวจสอบ 3.84 ดีเยี่ยม

บริษัทฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดผลปฏิบัติงาน (KPIs) ในระยะสั้นและระยะยาวสอดคล้องกับตัวชี้วัดองค์กร ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินผลปฏิบัติงานและผลตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริหาร โดยครอบคลุมทั้งตัวชี้วัดด้านการเงินและตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับ ปริมาณความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Intensity), อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุคงาน (LTIFR) ผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง จำนวนคู่ค้าที่ผ่านการประเมินด้านความยั่งยืน ตัวชี้วัดด้านการพัฒนาบุคลากรและการเติบโตในสายอาชีพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้ากับระบบค่าตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งค่าตอบแทนระยะสั้นประกอบด้วย เงินเดือน โบนัส และสิทธิประโยชน์อื่นๆ และระยะยาวพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดด้านสั่งคมและสิ่งแวดล้อมในระหว่างการดำรงตำแหน่งสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริหารเฉพาะตำแหน่งที่รับผิดชอบงานด้านความยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯได้ออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนให้มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยแบ่งองค์ประกอบค่าตอบแทนออกเป็นค่าตอบแทนคงที่ อาทิ เงินเดือน และค่าตอบแทนผันแปร โบนัสและเบี้ยประชุม ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งในรูปแบบจำนวนรวมและค่าเฉลี่ยต่อราย เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการกำกับดูแลและการสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนผ่านคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายเฉพาะด้าน โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า รวมถึงการเปรียบเทียบกับข้อมูลอุตสาหกรรมและแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าค่าตอบแทนมีความเหมาะสม สามารถจูงใจและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลผ่านการพิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนของคณะกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) ซึ่งเป็นการสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียต่อระบบการกำกับดูแลกิจการขององค์กร

โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง

บริษัทฯ เปิดเผยโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงอย่างโปร่งใส โดยแยกองค์ประกอบค่าตอบแทนออกเป็นค่าตอบแทนคงที่ (Fixed Remuneration) อาทิ เงินเดือน และค่าตอบแทนผันแปร (Variable Remuneration) โบนัสและเบี้ยประชุม ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งในรูปแบบจำนวนรวมและรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียสามารถประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องกับผลการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การกำหนดค่าตอบแทนดังกล่าวอยู่ภายใต้หลักการกำกับดูแลที่คำนึงถึงผลการดำเนินงานขององค์กร ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม และการสร้างแรงจูงใจในระยะยาว โดยผ่านกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและมีการทบทวนเป็นประจำ ดังนี้

องค์ประกอบค่าตอบแทน ผู้บริหารระดับสูง กรรมการบริษัทที่ไม่ใช่ผู้บริหาร
(7 คน)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
(1 คน)
ผู้บริหารที่เป็นกรรมการบริษัท
ยกเว้น CEO (5 คน)
ค่าตอบแทนคงที่: เงินเดือน 3,643,872.00 2,896,714 บาท ต่อคนต่อปี -
ค่าตอบแทนผันแปร: โบนัสผู้บริหาร 851,374.00 686,789 บาท ต่อคนต่อปี -
ค่าตอบแทนผันแปร: โบนัสกรรมการ 263,000 บาท 263,000 บาท ต่อคนต่อปี 318,570 บาท ต่อคนต่อปี
ค่าตอบแทนอื่น ๆ: เบี้ยประชุมกรรมการ 135,000 บาท 72,000 บาท ต่อคนต่อปี 149,286 บาท ต่อคนต่อปี
จำนวนรวม 4,893,246 บาท 3,918,502 บาท ต่อคนต่อปี 3,275,000 บาท ต่อคนต่อปี
รายได้เฉลี่ย 407,771 บาท 326,542 บาท ต่อคนต่อปี 272,915 บาท ต่อคนต่อปี
บทบาทคณะกรรมการในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และความยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร (Strategic Direction) โดยบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และเศรษฐกิจ เข้าเข้ากับโมเดลธุรกิจอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ (Materiality) ที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว โดยนำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนมาบูรณาการเข้ากับวัตถุประสงค์หลักขององค์กรผ่านกลยุทธ์ 4G ประกอบด้วย Good Growth, Good Governance, Good Green และ Good Living อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำการปฏิวัติสุขภาพอายุยืนยาว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของผู้คนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้กำหนดแนวทางกำกับกิจการและตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยาว ดังนี้:

การปฏิบัติตาม
CG Code 2560
แนวทางกำกับกิจการ ตัวชี้วัด / เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ
1. บทบาทของคณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัทเข้าใจบทบาทความเป็นผู้นำ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และนโยบาย เพื่อสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน สร้างผลประกอบการที่ดีในระยะยาว ประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการบริษัท
2. วัตถุประสงค์องค์กร กำหนดเป้าหมายผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชีย ผ่านกลยุทธ์ “4G” (Good Growth, Good Governance, Good Green, Good Living) บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้านชีวเวชศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ขั้นสูง และการขับเคลื่อนระบบนิเวศสุขภาพ โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลัก ได้แก่ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริหาร
3. คณะกรรมการที่มีประสิทธิผล จัดโครงสร้างคณะกรรมการให้มีสัดส่วนกรรมการอิสระ อย่างน้อย 1 ใน 3 ของทั้งหมด (และไม่น้อยกว่า 3 ท่าน) เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ผลการประเมินการปฏิบัติงานรายคณะและรายบุคคล (อยู่ในระดับดีเยี่ยม) และการใช้ Board Skill Matrix ในการสรรหา คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
4. สรรหาและพัฒนาผู้บริหาร จัดทำหลักเกณฑ์การสรรหาและแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับผู้บริหารระดับสูง ศักยภาพทุนมนุษย์และความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
5. นวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมผ่านแนวคิด “CSV (Creating Shared Value)” และความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า M-E-D-E-Z-E ดำเนินงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2578 มีเป้าหมายระยะสั้นในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานไฟฟ้า ของเสีย และทรัพยากรน้ำลงร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2570 คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน
6. การจัดการความเสี่ยง จัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง เชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมถึงมาตรฐานทางการแพทย์และชีวจริยธรรม ความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริต การได้รับการรับรองจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน (CAC) และคะแนน CGR ในระดับดี หรือ 3 ดาว คณะกรรมการตรวจสอบ
และคณะทำงานบริหารความเสี่ยง
7. ความโปร่งใสทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล ดูแลการจัดทำรายงานทางการเงินให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และมีระบบงาน “นักลงทุนสัมพันธ์” ที่มีประสิทธิภาพ ความเห็นของผู้สอบบัญชีที่เป็นอิสระ และการประเมินคุณภาพการจัดประชุม AGM Checklist ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน (CFO)
เลขานุการบริษัท
และหัวหน้างานนักลงทุนสัมพันธ์
8. การมีส่วนร่วมผู้มีส่วนได้เสีย สร้างช่องทางการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) เพื่อรับฟังความคิดเห็นและลดความเสี่ยง ตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ จำนวนเหตุการณ์ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน เป็น 0 กรณี คณะกรรมการบริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม

แนวทางการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งมั่นในการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมั่นใจได้ว่าธุรกิจดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ จริยธรรม และมาตรฐานสากล รวมถึงช่วยให้ธุรกิจมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่งผลต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ผ่านแนวทางการบริหารจัดการ โดยคณะกรรมการบริษัทดำเนินการทบทวนประสิทธิผลของแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ดังนี้

1. การกำหนดโครงสร้างกำกับดูแล (Governance Structure)

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างกำกับดูแลที่เข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืน เน้นการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) เป็นผู้นำในการกำหนดทิศทาง กำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เน้นความเป็นอิสระของกรรมการ (Board Independence) ความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) ทั้งด้านทักษะ ประสบการณ์ และเพศ เพื่อการตัดสินใจที่รอบด้าน

2. การกำหนดนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policy and Procedure)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตไปยังพนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึง ผ่านคู่มือจรรยาบรรณ การสื่อสารภายใน และช่องทางต่าง ๆ ขององค์กร ควบคู่กับการจัดฝึกอบรมและกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านการทุจริต การให้สินบน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม ดังนี้

การบูรณาการนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการองค์กรด้วยความเป็นธรรม คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยครอบคลุมบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมั่นคง โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมาย หลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล และแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล

การบูรณาการแผนการสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทฯ ได้กำหนดและประกาศนโยบายการหาผู้บริหารมาสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญ (Succession Plan) เมื่อตำแหน่งผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วางลงหรือผู้อยู่ในตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ บริษัทจะมีระบบการให้ผู้บริหารในระดับใกล้เคียง หรือระดับรองเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งจนกว่าจะมีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่บริษัท กำหนด และต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร โดยการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้สรรหา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งแทนต่อไป

การบูรณาการนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสีย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนกรณีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การทุจริตคอร์รัปชัน การฝ่าฝืนกฎหมาย หรือนโยบายของบริษัทฯ โดยจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ชัดเจน สะดวก เข้าถึงได้ง่าย ปลอดภัย และปกปิดตัวตนเพื่อคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยจะรักษาความลับของข้อมูลและตัวตนของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ ดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นอิสระ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น

3. การบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายใน (Risk Management and Internal Control)

บริษัทฯ จัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) และระบบควบคุมภายในที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย ความเสี่ยงด้าน ESG และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) พร้อมทั้งมีการประเมินและทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว รวมถึงกำหนดแนวทางป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เป็นอิสระ ปลอดภัย และคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูล

4. การกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation)

บริษัทฯ กำหนดมาตรการในการป้องกัน ลด และควบคุมความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ทั้งด้านกลยุทธ์ การเงิน การดำเนินงาน กฎหมาย และ ESG โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้ากับกระบวนการตัดสินใจของผู้บริหาร พร้อมกำหนดแผนรองรับสถานการณ์และมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

5. การติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผล (Monitoring and Reporting)

บริษัทฯ จัดให้มีระบบติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ผ่านหน่วยงานตรวจสอบภายใน คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และการประเมินจากหน่วยงานภายนอก พร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

6. การพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Development and Improvement)

บริษัทฯ นำผลการติดตามและประเมินผลมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย ระบบงาน และแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ กฎหมาย และมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลกิจการและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัทฯ ยังคงรักษาความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศในระดับคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร โดยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง และคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิง ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ผลการดำเนินงานในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ 54.55 และคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 60.00 ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางโอกาส (Equity & Inclusion) และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรจากหลากหลายมิติ อันส่งผลให้เกิดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาวในการพัฒนาโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารให้มีความหลากหลายและเท่าเทียม

ตัวชี้วัด เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2571
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
ปี 2568
สัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง (Board Directors) ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง ร้อยละ 54.55
สัดส่วนคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิง (Executive Committee) ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเนื่อง ร้อยละ 60.00

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทให้มีความเหมาะสมทั้งในด้านโครงสร้าง ความเป็นอิสระ และความหลากหลายในการสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 11 คน ประกอบด้วย 1) กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 2) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 54.55 และ 3) กรรมการอิสระจำนวน 6 คนคิดเป็น ร้อยละ 54.55 เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพิจารณาและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยโครงสร้างคณะกรรมการดังกล่าวช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจได้อย่างรอบด้าน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
จำนวนตามเพศ
เพศชาย 5 คน
(ร้อยละ 45.45)
เพศหญิง 6 คน
(ร้อยละ 54.55)
จำนวนกรรมการบริษัทฯ และความเป็นอิสระ

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 5 คน (ร้อยละ 45.45)


กรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร 6 คน (ร้อยละ 54.55)


กรรมการอิสระ 6 คน (ร้อยละ 54.55)

เพศชาย 3 คน
(ร้อยละ 27.27)
เพศหญิง 3 คน
(ร้อยละ 27.27)
ผลลัพธ์ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างความหลากหลายทางเพศในระดับนโยบายและการบริหารจัดการ เพื่อยกระดับคุณภาพการตัดสินใจและการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง (Board Directors) ร้อยละ 54.55 และคณะกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิง (Executive committee) ร้อยละ 60.00 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 30 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมในระดับองค์กร ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสนับสนุนความเท่าเทียมและสร้างมุมมองที่หลากหลายในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ และยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

ทิศทางและความมุ่งมั่นขององค์กร

ความมุ่งมั่นด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามนโยบายและมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ศีลธรรม จริยธรรม หรือนโยบาย ที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ผ่านการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด และได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนไทย จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ผ่านการเข้าร่วมด้วยความสมัครใจเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากการจ่าย-รับสินบน และการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ อีกทั้ง ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมฯ บริษัทฯ มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

ตัวชี้วัด เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2570
เป้าหมายระยะยาว
ภายในปี 2575
จำนวนเรื่องร้องเรียนด้านการทุจริตคอร์รัปชัน 0 กรณี ต่อเนื่อง 0 กรณี ต่อเนื่อง
จำนวนยอดเงินบริจาคทั้งหมดเพื่อสนับสนุนทางการเมือง 0 บาท ต่อเนื่อง 0 บาท ต่อเนื่อง
ได้รับรองการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน ของภาคเอกชนไทย (CAC) ได้รับการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิก ต่อเนื่อง ได้รับการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิก ต่อเนื่อง
ได้รับการตรวจประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ บริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) 3 ดาว ขึ้นไป ต่อเนื่อง 5 ดาว ต่อเนื่อง
จำนวนพนักงานที่ได้รับบทลงโทษหรือถูกปลด จากการกระทำผิดทางวินัยที่เกี่ยวข้อง กับการทุจริตคอร์รัปชัน 0 ราย ต่อเนื่อง 0 ราย ต่อเนื่อง
จำนวนค่าปรับ หรือการชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน 0 บาท ต่อเนื่อง 0 บาท ต่อเนื่อง
จำนวนพนักงานที่ได้รับฝึกอบรม ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 100 ต่อเนื่อง ร้อยละ 100 ต่อเนื่อง
โครงสร้างการบริหารจัดการความยั่งยืนด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร จนถึงพนักงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งบทบาทหน้าที่ตามระดับการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 1) ระดับการกำกับดูแล (Board Level Oversight) โดยคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ทำหน้าที่กำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงพิจารณาอนุมัติกรอบการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานทุกไตรมาส เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ปฏิบัติตามแนวทางการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด 2) ระดับบริหาร (Executive Level Management) โดยคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กำหนดมาตรการควบคุม และบูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตเข้ากับกระบวนการดำเนินงานขององค์กรผ่านการกำหนดแผนงาน งบประมาณ และตัวชี้วัด (KPIs), รวมถึงกำกับดูแลระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านจรรยาบรรณตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ และ 3) ระดับปฏิบัติการ (Operational Level) มีการนำแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตไปใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การทำงานในประเทศพื้นที่เสี่ยง และการติดต่อหน่วยงานรัฐ ขอใบอนุญาต พร้อมทั้งมีการติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการต่อต้านการทุจริตมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐาน CAC และแนวปฏิบัติสากล รวมถึงการทบทวนปรับปรุงนโยบายให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีปี 2560 ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องแสดงภาวะผู้นำด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน (Tone at the Top) ในการเป็นแบบอย่างที่ดี และสนับสนุนการดำเนินงานผ่านการสื่อสารแก่พนักงงานและผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องในการกำกับดูแลให้มีระบบควบคุมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการบริหารจัดการด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ (Risk-based Approach) เพื่อให้สามารถระบุ ประเมิน และควบคุมความเสี่ยงด้านการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การสื่อสารและการฝึกอบรม การนำไปปฏิบัติจริงและการจัดให้มีกลไกการแจ้งเบาะแส และการติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการเข้ากับระบบ ธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อยกระดับความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสอดคล้องกับมาตรฐาน CAC และแนวปฏิบัติสากล ดังนี้

1. การกำหนดนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policy and Procedure)

บริษัทฯ ได้กำหนดและประกาศใช้นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันภายใต้หลักการไม่ยอมรับการทุจริตทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการให้หรือรับสินบน การเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด การเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหรือองค์กรใดโดยไม่เป็นธรรม การปลอมแปลงข้อมูล การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการมีส่วนร่วมทางอ้อมผ่านตัวแทนหรือคู่ค้าทางธุรกิจ โดยนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรฐานสากล

การบูรณาการนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยครอบคลุมรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ที่ครอบคลุมประเด็นการทุจริตในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้หรือรับสินบน การให้หรือรับของขวัญ การเลี้ยงรับรอง (Hospitality) การจ่ายเงินอำนวยความสะดวก (Facilitation Payment) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การใช้อำนาจโดยมิชอบ ตลอดจนรูปแบบการทุจริตที่เกี่ยวข้องและซับซ้อนมากขึ้น อาทิ การฟอกเงิน การสนับสนุนหรือปกปิดการกระทำผิด และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า

การบูรณาการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่สะท้อนถึงความปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิด หรืออาจก่อให้เกิด ความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัทที่รับทราบข้อมูลภายใน พึงหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือให้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นในทางมิชอบ

การบูรณาการนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสีย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนกรณีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การทุจริตคอร์รัปชัน การฝ่าฝืนกฎหมาย หรือนโยบายของบริษัทฯ โดยจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ชัดเจน สะดวก เข้าถึงได้ง่าย ปลอดภัย และปกปิดตัวตนเพื่อคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยจะรักษาความลับของข้อมูลและตัวตนของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ ดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นอิสระ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น

2. การระบุและการประเมินความเสี่ยง (Risk Identification and Assessment)

บริษัทฯ ดำเนินการระบุและประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกกิจกรรมการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) ซึ่งอาจก่อให้เกิดโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชัน อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การคัดเลือกผู้รับเหมา/คู่ค้าฝพันธมิตรทางธุรกิจ และการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อขอใบอนุญาต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ตัวกลาง (Intermediaries) ซึ่งครอบคลุมถึงผู้รับเหมา (Contractors) และตัวแทนทางธุรกิจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อาจมีความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำการทุจริตหรือการให้สินบนโดยอ้อม โดยกระบวนการระบุและประเมินความเสี่ยงด้านด้านทุจริตคอร์รัปชันดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถกำหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่หลากหลาย พร้อมทั้งสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงในแต่ละกิจกรรม อันนำไปสู่การป้องกันการให้หรือรับสินบนในกระบวนการดำเนินงานที่มีนัยสำคัญ และเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

3. การกำหนดมาตรการควบคุม (Control Measures Design)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งเชิงนโยบาย กระบวนการ และกำหนดมาตรการควบคุมภายในสำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดโอกาสในการเกิดการทุจริตและการให้สินบนในกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ โดยมุ่งเน้นการกำหนดมาตรการควบคุมที่สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงในแต่ละกิจกรรมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ควบคู่กับ บริษัทฯ ได้บูรณาการกระบวนการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (Due Diligence) ในการคัดกรองความเสี่ยงก่อนเริ่มดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ตัวกลาง (Intermediaries) เช่น ผู้รับเหมา ตัวแทน และผู้จัดจำหน่าย เพื่อป้องกันการใช้บุคคลที่สามเป็นช่องทางในการกระทำการทุจริตหรือการให้สินบนโดยอ้อม อย่างเป็นระบบและครอบคลุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารคู่ค้า (Procurement & Vendor Management)

ลักษณะความเสี่ยง: การฮั้วประมูล การรับผลประโยชน์ตอบแทน (Kickback) และการให้สินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งงานหรือสัญญา

มาตรการควบคุม: บริษัทฯ บูรณาการหลักการแยกหน้าที่ (Segregation of Duties) ควบคู่กับกระบวนการอนุมัติหลายระดับ (Multi-level Approval) พร้อมกำหนดให้มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้า (Due Diligence) อย่างเป็นระบบ รวมถึงการคัดกรองคู่ค้าผ่านบัญชีรายชื่อเฝ้าระวัง (Blacklist/Watchlist) ก่อนเริ่มดำเนินงาน

2. การทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและตัวกลาง (Government Interaction & Third Parties)

ลักษณะความเสี่ยง: การจ่ายเงินอำนวยความสะดวก (Facilitation Payment) และการใช้ตัวแทนหรือบุคคลที่สามเป็นช่องทางในการให้สินบน

มาตรการควบคุม: กำหนดให้มีการบันทึกการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบ (Interaction Log) เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขด้านการต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption Clause) ไว้ในสัญญากับตัวแทน ผู้จัดจำหน่าย และคู่ค้าทางธุรกิจทุกประเภท

3. การให้ของขวัญ การบริจาค และค่าใช้จ่ายพิเศษ (Gifts, Donations & Special Expenses)

ลักษณะความเสี่ยง: การแฝงการให้สินบนในรูปแบบของของขวัญ การเลี้ยงรับรอง หรือการบริจาคที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

มาตรการควบคุม: บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้าน Gift & Hospitality อย่างชัดเจน โดยกำหนดวงเงิน (Threshold) และกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า (Pre-approval) ก่อนดำเนินการ รวมถึงมีการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary Check) สำหรับกิจกรรม CSR เพื่อให้มั่นใจถึงความโปร่งใสและวัตถุประสงค์ที่เหมาะสม

4. การดำเนินงานในพื้นที่เสี่ยงและการใช้เงินสด (High-Risk Areas & Cash Operations)

ลักษณะความเสี่ยง: ความเสี่ยงด้านการทุจริตในพื้นที่ที่มีบริบทความเสี่ยงสูง และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดซึ่งอาจขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก

มาตรการควบคุม: บริษัทฯ จัดทำการประเมินความเสี่ยงรายประเทศ (Country Risk Assessment) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการจำกัดการใช้เงินสด โดยเน้นการใช้เอกสารประกอบธุรกรรมอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างร่องรอยการตรวจสอบ (Audit Trail) และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน

4. การสื่อสารและการฝึกอบรม (Communication and Training)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ โดยดำเนินการสื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างทั่วถึงครอบคลุม บุคลากรทุกระดับ รวมถึงคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้รับเหมาช่วง ผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ เว็บไซต์องค์กร สื่อประชาสัมพันธ์ภายใน (Intranet) และการประกาศแจ้งอย่างเป็นทางการ โดยเนื้อหาการสื่อสารครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญที่เป็นความเสี่ยงต่อการทุจริตอย่างครบถ้วน ได้แก่ การห้ามให้หรือรับสินบน การมอบของขวัญและค่าเลี้ยงดู การสนับสนุนทางธุรกิจ การบริจาคเพื่อการกุศล และการทำธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกำหนดขอบเขตการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายสู่แนวปฏิบัติในการพัฒนาองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจผ่านกระบวนการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และทบทวนความรู้ใหม่ใหม่ๆให้สอดคล้องกับสถานะการ์เป็นประจำทุกปี ครอบคลุมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบและประเภทของการทุจริต (Corruption Types) รวมถึงแนวทางการปฏิบัติเมื่อเผชิญสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงหรืออาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้พนักงานสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรม และรักษาผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรและเกิดการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

การสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเนื้อหาที่ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการต่อต้านการทุจริต ได้แก่ การให้หรือรับสินบน การให้และรับของขวัญ การเลี้ยงรับรอง ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ การบริจาค การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ การว่าจ้างตัวแทน และการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้กิจกรรมดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

5. การรับแจ้งเบาะแสและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส (Whistleblowing and Transparent Disclosure)

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับระบบการกำกับดูแลด้านการต่อต้านการทุจริตผ่านการจัดให้มีกลไกการรับแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Mechanism) ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและรักษาความลับของข้อมูลในระดับสูง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถรายงานเหตุการณ์หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน (Anonymity) พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสจากการถูกกลั่นแกล้งหรือการตอบโต้ในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการร้องเรียนที่เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานเชิงปริมาณสู่สาธารณะอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ได้แก่ นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการสนับสนุนทางการเมือง การเปิดเผยยอดเงินบริจาคหรือการสนับสนุนทางการเมืองและการรายงานมูลค่าค่าปรับหรือค่าชดใช้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ติดตาม และทบทวนประสิทธิภาพของระบบการต่อต้านการทุจริตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล ครอบคลุม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ จัดให้มีกระบวนการและช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส หากได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียนที่่เป็นความลับโดยไม่ระบุตัวตน ตามนโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การทุจริตและคอร์รัปชัน การให้หรือรับสินบน การช่วยเหลือทางการเมือง การให้เงินสนับสนุน หรือค่าของขวัญค่าบริการต้อนรับ รวมไปถึงการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และจรรยาบรรณทางธุรกิจ ครอบคลุมการฟอกเงิน การสนับสนุนหรือปกปิดการกระทำผิด และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนดกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานกรรมการบริหารเป็นผู้รับแจ้งโดยตรง ซึ่งมีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน การดำเนินการสืบสวน และกำหนดบทลงโทษ ประกอบด้วย 1) การรับเรื่องและพิจารณาเรื่องร้องเรียน 2) การตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการสอบสวน3) การรายงานผลการพิจารณาแก่ผู้ร้องเรียน และ 4) การตัดสินและกำหนดบทลงโทษอย่างเป็นธรรม ดังนี้

1. การรับเรื่องร้องเรียน และพิจารณาเรื่องร้องเรียน
3. การรายงานผลการพิจารณาแก่ผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส
2. การตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการสอบสวน
4. การตัดสินและกำหนดบทลงโทษ

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสร้างธรรมาภิบาล โดยจัดช่องทางรับแจ้งเบาะแสการทุจริตที่หลากหลาย ทั้งภายในและภายนอก ครอบคลุมพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าถึงง่าย ทั้งทางไปรษณีย์ส่งถึงเลขานุการบริษัทหรือกรรมการผู้จัดการหรือคณะกรรมการตรวจสอบ, เว็บไซต์บริษัท, อีเมล, ทางโทรศัพท์ และทาง CEO Box เพื่ออำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวังพฤติกรรมไม่เหมาะสม ดังนี้

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเด็นต่างๆ ตามนโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะได้รับการดูแลและคุ้มครองตามกระบวนการแจ้งเบาะแสมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับแก่ผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส (Protect and Maintain Confidentiality) ประกอบด้วย 1) การรักษาความลับข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส 2) กำหนดให้ข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นข้อมูลลับที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสอบสวนเท่านั้น และจะไม่เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก 3) การคุ้มครองจากการกระทำที่ไม่ชอบธรรมผ่านการวางระบบป้องกันและเยียวยาผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสจากการถูกกลั่นแกล้ง หรือการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในหน้าที่การงานอันเนื่องมาจากการรายงาน 4) ผู้แจ้งเบาะแสได้รับการแทรกแซงหรือถูกข่มขู่ สามารถรายงานตรงต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อขอความคุ้มครองได้ทันที

1. การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภทที่สามารถระบุตัวตนผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส
3. การคุ้มครองจากการกระทำที่ไม่ชอบธรรมแก่ผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส
2. การเก็บข้อมูลเป็นความลับไม่เปิดเผยแก่ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
4. กรณีได้รับการแทรกแซงหรือข่มขู่ให้รายงานต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีจริยธรรม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยมุ่งป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ผ่านการกำหนดนโยบาย มาตรการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้บูรณาการแนวทางการต่อต้านการทุจริตเข้ากับกระบวนการดำเนินงานในทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยสะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการกำกับดูแลและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งสามารถสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญได้ดังต่อไปนี้

ตัวชี้วัด เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2571
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
ปี 2568
จำนวนเรื่องร้องเรียนด้านการทุจริตคอร์รัปชัน 0 กรณี ต่อเนื่อง 0 กรณี
จำนวนยอดเงินบริจาคทั้งหมด เพื่อสนับสนุนทางการเมือง 0 บาท ต่อเนื่อง 0 บาท
ได้รับรองการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วม ต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ได้รับการรับรองการต่ออายุ
การเป็นสมาชิกต่อเนื่อง
ได้รับการรับรองการต่ออายุ
การเป็นสมาชิก
ได้รับการตรวจประเมินโครงการสำรวจ การกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) 3 ดาว ขึ้นไป ต่อเนื่อง 3 ดาว
จำนวนพนักงานที่ได้รับบทลงโทษหรือถูกปลด จากการกระทำผิดทางวินัยที่เกี่ยวข้อง กับการทุจริตคอร์รัปชัน 0 ราย ต่อเนื่อง 0 ราย
จำนวนค่าปรับ หรือการชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน 0 บาท ต่อเนื่อง 0 บาท
จำนวนพนักงานที่ได้รับฝึกอบรม ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 100 ต่อเนื่อง ร้อยละ 100

บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจให้มีการบริหารงานแบบมืออาชีพและมีความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุนในการยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 บริษัทฯ มุ่งพัฒนาระบบการกำกับดูแลด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันให้เป็นผลลัพธ์เชิงปริมาณตามกรอบระยะเวลาเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางในการรักษามาตรฐานความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ สามารถรักษาระดับข้อร้องเรียนด้านการทุจริตเป็นศูนย์ ได้อย่างเนื่องและบริษัทฯ ไม่มีการให้เงินหรือผลประโยชน์สนับสนุนทางการเมืองในทุกรูปแบบได้อย่างเนื่อง และบริษัทฯ ยึดถือความเป็นกลางทางการเมือง โดยมียอดเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนทางการเมืองเป็น 0 บาท อย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ไม่มีกรณีการกระทำผิดด้านการทุจริตหรือคอร์รัปชัน รวมถึงไม่มีการถูกลงโทษ ปรับ หรือเรียกค่าชดใช้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต (0 กรณี และ 0 บาท) และบริษัทฯ ไม่มีกรณีพนักงานที่ได้รับบทลงโทษหรือถูกปลดจากการกระทำผิดทางวินัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน เป็น 0 กรณี

ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)

บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ในปี 2568 โดยกำหนดแนวทางการป้องกันและต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมนโยบาย มาตรการควบคุมภายใน และกระบวนการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินตนเองและทวนสอบการผลดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลตามาตรฐานสากล

ได้รับการการตรวจประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR)

บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเข้ารับการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านนโยบาย โครงสร้างการกำกับดูแล และการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียตามแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล

การประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist)

บริษัทฯ ได้รับคะแนนประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) สูงถึง 86 คะแนนในปี 2568 โดยมีการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์การจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น และการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านการกำกับดูแลกิจการและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย

การพัฒนาบุคลากรด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยจัดอบรมกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนอย่างครอบคลุมในประเด็นนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างชัดเจน ครอบคลุมเรื่องการรับและให้ของขวัญหรือค่าเลี้ยงรับรอง แนวทางการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและเป็นความลับ ตลอดจนบทลงโทษทางวินัยในกรณีฝ่าฝืน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำความรู้ความเข้าใจด้านการต่อต้านคอร์รัปชันมาเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานและการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ โดยในปี 2568 พนักงานได้รับการอบรมด้านการต่อต้านคอร์รัปชันคิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด


ผลลัพธ์ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักความโปร่งใส มีจริยธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี โดยมุ่งเน้นการบูรณาการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบของคณะกรรมการบริษัท ผลการดำเนินงานเชิงปริมาณในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบข้อร้องเรียนด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่มีการบริจาคเพื่อสนับสนุนทางการเมือง และไม่มีค่าปรับหรือบทลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และบริษัทฯ ยังได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และมีผลการประเมิน CGR ในระดับ 3 ดาว นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรผ่านการอบรมด้านการต่อต้านทุจริตครบถ้วนร้อยละ 100 ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทิศทางและความมุ่งมั่นขององค์กร
ความมุ่งมั่นด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ โดยยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลเป็นพื้นฐานสำคัญบนพื้นฐานของการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในการสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานและมาตรการควบคุมภายในอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการป้องกันความเสี่ยงด้านจริยธรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการละเมิดสิทธิ โดยบูรณาการกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเข้ากับการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางดำเนินการงาน ดังนี้

การเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติสากล และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สินทางปัญญา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ (IT Security)

การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

สิทธิและความเป็นกลางทางการเมือง

การมีส่วนได้เสียและป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

จรรยาบรรณของพนักงาน

การใช้ข้อมูลภายในและการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Confidentiality of information) ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การเคารพสิทธิมนุษยชนสากล

การควบคุมภายใน ตรวจสอบภายใน บริหารความเสี่ยงและรายงานทางบัญชี การเงิน

การรับแจ้งเหตุ ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ช่องทางการรับข้อร้องเรียน และมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน

การรับและการให้ของขวัญ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด

ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

การจัดหาและปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม


โครงสร้างการบริหารจัดการความยั่งยืนด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัทฯ กำหนดกรอบการบริหารจัดการด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) อย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และเคารพต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบูรณาการหลักจริยธรรมเข้ากับกระบวนการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยืน โดยแบ่งบทบาทหน้าที่ตามระดับการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 1) ระดับการกำกับดูแล (Board Level - Oversight) โดยคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและกรอบการดำเนินงานด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงกำกับติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมและแนวปฏิบัติที่กำหนดในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย 2) ระดับบริหาร (Executive Level - Management) โดยคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่กำหนดนโยบายจรรยาบรรณทางธุรกิจและขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กำหนดแนวทาง มาตรการควบคุม และบูรณาการเข้ากับกระบวนการดำเนินงานขององค์กรผ่านการกำหนดแผนงาน งบประมาณ และตัวชี้วัด (KPIs), รวมถึงกำกับดูแลระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านจรรยาบรรณตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ และ 3) ระดับปฏิบัติการ (Operational Level) พนักงานทุกระดับมีหน้าที่นำแนวทางปฏิบัติและจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น การปฏิบัติต่อคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจริยธรรมอย่างยั่งยืน

จรรยาบรรณคู่ค้าทางธุรกิจ

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบธรรมาภิบาลที่ดีจึงได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าภายใต้จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องตามมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยได้กำหนดข้อปฏิบัติที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การคำนึงถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย มีอาชีวอนามัยที่ดี ถูกสุขลักษณะ เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเคารพสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม ไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานทาส แรงงานเด็ก หรือแรงงานผิดกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่าง และการบริหารจัดการผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมมลพิษและของเสีย เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกรายดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนขององค์กร สำหรับแนวทางดำเนินการคัดเลือกและประเมินคู่ค้าทางบริษัทฯพิจารณาจากความเสี่ยงและผลกระทบด้านความยั่งยืน (ESG) พร้อมทั้งกำหนดมาตรการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องในการยกระดับศักยภาพของคู่ค้าและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ และบริษัทฯ ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับคู่ค้า ผ่านการสื่อสารแนวปฏิบัติ การให้ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพด้าน (ESG) เพื่อสร้างความร่วมมือในระยะยาว และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ปัจจุบัน บริษัทฯ มีคู่ค้าทั้งสิ้น จำนวน 276 ราย ซึ่งได้จำแนกตามระดับความสำคัญและความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ (Supplier Segmentation) เพื่อยกระดับขีดความสามารถและส่งเสริมศักยภาพด้านความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าให้เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างมั่นคง ดังนี้

  1. คู่ค้าหลัก (Critical Suppliers) หมายถึง กลุ่มคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อกระบวนการดำเนินงานหลัก มีมูลค่าการจัดซื้อสูง หรือมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจและไม่สามารถหาทดแทนได้ในระยะสั้นเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการคัดแยก เพาะเลี้ยง และจัดเก็บเซลล์กำเนิดของลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ กำหนดให้ต้องได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการกำหนดแผนบริหารจัดการความเสี่ยงและแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในการควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  2. คู่ค้ารอง (Non-critical Suppliers) หมายถึง กลุ่มคู่ค้าที่มีความสำคัญในระดับสนับสนุนการดำเนินงาน และไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง สามารถทดแทนได้ตามความเหมาะสม ซึ่งคู่ค้าในกลุ่มนี้กำหนดให้มีการประเมินและติดตามผลตามระดับความเสี่ยงด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางจรรยาบรรณคู่ค้าอย่างเหมาะสม
แนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าทางธุรกิจ

บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของคู่ค้าทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้า ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความยั่งยืนในระยะยาว จึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าโดยยึดหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญในการสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ ได้กำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าทางธุรกิจ (Supplier Code of Conduct)ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ความเป็นกลางทางการเมือง การไม่ให้หรือรับของขวัญ (No-Gift Policy) การบริหารความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) การให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและข้อมูลภายใน การเคารพสิทธิมนุษยชน การดูแลความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมพัฒนาชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล บริษัทฯ จึงได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนผ่านการบูรณาการประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีเข้ากับทุกขั้นตอนการดำเนินงานประกอบด้วย 1) การคัดเลือกคู่ค้า 2) การประเมินคู่ค้า และ 3) การติดตามและการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ โดยเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงป้องกัน (Preventive Approach) ควบคู่ไปกับการร่วมพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง และสร้างคุณค่าร่วมกันในห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังนี้

1. การคัดเลือกคู่ค้า

บริษัทฯ กำหนดกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าโดยบูรณาการเกณฑ์การประเมินด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับเกณฑ์ด้านคุณภาพ ต้นทุน การบริการ และความสามารถทางเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าที่ได้รับการคัดเลือกมีมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร รวมถึงกำหนดให้คู่ค้าทุกรายลงนามรับทราบและปฏิบัติตาม “จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขทางสัญญา เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติงานในการยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยสื่อสารอย่างเป็นระบบผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ อีเมล เว็บไซต์ และหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ

การบูรณาการจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct)

บริษัทฯ กำหนดและประกาศเจตนารมย์ตามจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้าดำเนินงานทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคู่ค้าต้องยึดมั่นในการประกอบกิจการด้วยความซื่อสัตย์ ปฏิบัติตามกฎหมายในแต่ละท้องถิ่น การเคารพสิทธิมนุษยชน โดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กหรือแรงงานทาสสมัยใหม่ภายใต้การดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทุกรูปแบบ รวมถึงนโยบายการงดรับของขวัญ (No Gift Policy) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน คู่ค้าและผู้รับบริการ นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและการร่วมพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าร่วมกันให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัทฯ จัดให้มีช่องทางแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และสงวนสิทธิ์ในการพิจารณายกเลิกสัญญาหากพบการละเมิดจรรยาบรรณดังกล่าว โดยมีการสื่อสาร และฝึกอบรมพนักงานตามหลักสูตรเฉพาะด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีการนำไปใช้อย่างถูกต้อง

2. การประเมินคู่ค้า (Due Diligence)

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและศักยภาพของคู่ค้าอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมทั้งความเสี่ยง ด้านการดำเนินงาน การเงิน กฎหมาย และความยั่งยืน (ESG) เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความต่อเนื่อง ทางธุรกิจและชื่อเสียงองค์กร อาทิ ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการส่งมอบสินค้าหรือบริการ การพึ่งพิงแหล่งวัตถุดิบ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสภาพภูมิอากาศ การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด โดยคู่ค้ารายใหม่จะต้องผ่านกระบวนการประเมินตามเกณฑ์ด้านความยั่งยืน (ESG) ก่อนเข้าสู่บัญชีรายชื่อผู้ขายที่ได้รับอนุมัติ (Approved Vendor List) และคู่ค้าปัจจุบันจะได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่องเป็นรายปี ผ่านแบบประเมินตนเองด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Self-Assessment Questionnaire) รวมถึงการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (Onsite Audit) ตามระดับความเสี่ยงและการเป็นคู่ค้าหลัก (Critical Suppliers) โดยบริษัทฯ ใช้กระบวนการจำแนกระดับความเสี่ยง (Risk Classification) ที่ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล เพื่อกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสมสำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ การจัดทำแผนปรับปรุงและพัฒนา การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในสัญญา หรือการพิจารณาแหล่งจัดหาทางเลือก (Alternative Supplier) เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องและความยั่งยืนของห่วงโซ่คุณค่า

3. การติดตามและการพัฒนา

บริษัทฯ มีระบบติดตามการดำเนินงานของคู่ค้าในประเด็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในกรณีที่พบข้อบกพร่องหรือประเด็นความเสี่ยง บริษัทฯ และคู่ค้าจะร่วมกันจัดทำแผนปรับปรุงแก้ไข พร้อมกำหนดระยะเวลาและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยจะติดตามผลจนกว่าจะสามารถปิดประเด็นได้ครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาในกรณีที่คู่ค้าไม่แก้ไข หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างความร่วมมือเชิงพัฒนา (Collaborative Partnership) กับคู่ค้าเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีการกำหนดแผนการเพื่อพัฒนาศักยภาพคู่ค้า ดังนี้

  1. การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ด้าน ESG และจริยธรรมชีวการแพทย์
    บริษัทฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) การคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ และจริยธรรมทางการแพทย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียการฝึกอบรมคู่ค้า เกี่ยวกับประเด็นปัญหาและแนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมแก่คู่ค้า
  2. การสนับสนุนผ่านการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมร่วม
    บริษัทฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ เทคโนโลยีสะอาด และแนวทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถของคู่ค้าและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
  3. การพัฒนาศักยภาพด้านการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ
    บริษัทฯ สนับสนุนคู่ค้าในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การลดของเสีย การจัดการพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าคาร์บอนต่ำ
  4. การเสริมสร้างมาตรฐานแรงงานและสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า
    บริษัทฯ ส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักแรงงานที่เป็นธรรม ความเท่าเทียม ความปลอดภัยในการทำงาน และการเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สอดคล้องกับหลักการสากลและความรับผิดชอบต่อสังคม
  5. การพัฒนาคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ระยะยาว
    บริษัทฯ สร้างความร่วมมือกับคู่ค้าที่มีศักยภาพผ่านการกำหนดเป้าหมายร่วม การติดตามผล และการยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบนิเวศสุขภาพในระยะยาว

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัทฯ บริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบตลอดกระบวนการจัดซื้อในการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนกระบวนการ การประเมินและการพัฒนาคู่ค้า ตามแนวทางความยั่งยืน (SSC) ในปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าทั้งหมดจำนวน 276 ราย ประกอบด้วยคู่ค้าหลัก (Critical Suppliers) จำนวน 23 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.33 และคู่ค้ารอง (Non-critical Suppliers) จำนวน 253 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.67 โดยคู่ค้าทุกรายอยู่ภายใต้กระบวนการคัดเลือก ประเมิน และติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของคู่ค้าสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางความยั่งยืนขององค์กร บริษัทฯ ได้กำหนดเกณฑ์การประเมินคู่ค้าที่ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดีในการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดให้คู่ค้าทั้งรายใหม่และรายเก่าทุกรายทำการประเมินตนเอง (Self-assessment) เป็นประจำทุกปี สำหรับกลุ่ม คู่ค้าหลัก (Critical Suppliers) บริษัทฯ ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการเข้าตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Visit) เพื่อตรวจสอบสถานะการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ในการช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องทุกปี บริษัทฯ นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของคู่ค้าให้สามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว

ประเภทคู่ค้า จำนวน (ราย) ร้อยละ
1. คู่ค้าหลัก (Critical Suppliers) 23 8.33
2. คู่ค้ารอง (Non-critical Suppliers) 253 91.67
รวม 276 100.00
การพัฒนาคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วง

บริษัทฯ ขับเคลื่อนการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน เริ่มจากการคัดเลือกคู่ค้าใหม่ที่ต้องผ่านการประเมินความยั่งยืนเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ขาย (AVL) และกำหนดให้คู่ค้าทุกรายลงนามในจรรยาบรรณคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อยึดถือมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยร่วมกัน โดยประเมินความเสี่ยงรายปีและตรวจหน้างาน เพื่อคุมมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์

ผลลัพธ์ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาระบบการกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจตามมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามแนวทางจรรยาบรรณคู่ค้าและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ในระยะถัดไป บริษัทฯ มีแนวทางในการพัฒนากระบวนการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานของคู่ค้าให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล โดยมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพของคู่ค้า ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน ESG การสื่อสารแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้คู่ค้าสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน

ทิศทางและความมุ่งมั่นขององค์กร
ความมุ่งมั่นด้านการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนรากฐานของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตระหนักถึงความสำคัญของระบบการควบคุมภายในซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง ผ่านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี ครอบคลุมความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานและเทคโนโลยี (Operational & Technological Risk) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการขยายธุรกิจ (Strategic & Business Risk) ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและจริยธรรม (Compliance & Bioethics Risk) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management Team RMT) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม ทบทวนแผนบริหารความเสี่ยง มีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์เสมอพร้อมนำการวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี

ตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านการบริหารความเสี่ยง
ตัวชี้วัด เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2570
เป้าหมายระยะยาว
ภายในปี 2575
จำนวนเหตุการณ์ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ 0 กรณี ต่อเนื่อง 0 กรณี ต่อเนื่อง
โครงสร้างการบริหารจัดการความยั่งยืนด้านการบริหารความเสี่ยง

โครงสร้างคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee: RMC) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากแต่ละสายงานเพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการทั่วทั้งองค์กร ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนดไว้ ควบคุมและดูแลให้ระดับความเสี่ยงของบริษัทอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กร โดยการทำงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเชิงนโยบายของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการอนุมัติกรอบและแผนจัดการความเสี่ยง พร้อมทั้งประสานงานกับ คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) โดยจัดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่โปร่งใสผ่านการแยกบทบาทประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพื่อการถ่วงดุลอำนาจ และการทำหน้าที่กำกับดูแล (Oversight) ของคณะทำงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management Team RMT) และคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมุ่งเน้นการติดตามและทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพียงพอในการจัดการความเสี่ยง ซึ่งจะมีผู้ตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระทำหน้าที่สอบทานการปฏิบัติงานของหน่วยงานบริหารความเสี่ยงและรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป

แนวทางการบริหารจัดการด้านการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญแนวทางการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างยั่งยืน ที่สอดคล้องกับหลักการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามมาตรฐานสากล COSO ERM (Enterprise Risk Management ซึ่งมีส่วนช่วยในการคาดการณ์ ป้องกัน และลดโอกาสความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อเป้าหมายองค์กร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย และพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นไปตามการส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยงขององค์กร

1. การระบุความเสี่ยง (Risk Identification)

การระบุเหตุการณ์หรือปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและการดำเนินงาน รวมถึงการระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging risks) ที่อาจมีความไม่แน่นอนสูงแต่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ผ่านช่องทางและวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มและข้อมูลจากพนักงานผู้รับผิดชอบกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวกับความสนใจ ความคาดหวัง ความกังวลของผู้มีส่วนได้เสียโดยพิจารณาจากการวิเคราะห์กิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำ (Upstream) ไปจนถึงกิจกรรมปลายน้ำ (Downstream) เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจในแต่ละกิจกรรมหลัก

ประเภทของความเสี่ยง
(Risk Category)
ประเด็นความเสี่ยง (Risk Description)
Strategic Risk 1. ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
Compliance Risk 2. การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานไม่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ภายในองค์กร
Operational Risk 3. การทุจริตคอร์รัปชัน
4. ผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพ
5. ปริมาณสินค้าไม่เพียงพอต่อการเบิก-จ่าย
6. ไม่สามารถส่งตัวอย่างข้ามประเทศ หรือขนส่งตัวอย่างล่าช้า
7. การรั่วไหลของข้อมูลบุคลากรและฐานข้อมูลภายใน
8. การถูกโจรกรรมฐานข้อมูล
9. ไม่สามารถปิดการขายได้
10. ผู้แทนไม่สามารถเก็บเงินได้ตามแผน
11. การบันทึกข้อมูล, ออก Certificate ผิดพลาด / ล่าช้า
12. ผลการปฏิบัติงาน LAB ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้
13. ได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ตรงตามความต้องการ
Cell Quality Risk 14. การจัดเก็บตัวอย่างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (CB)
15. การจัดเก็บตัวอย่างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (AT)
16. ระยะเวลาระหว่างการขนส่งตัวอย่าง ไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
17. การคัดแยกเซลล์ผิดพลาด หรือการคัดแยกไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้ตัวอย่างเซลล์เสียหาย หรือต้องขอเก็บตัวอย่างใหม่หรือยกเลิกสัญญา
18. การปนเปื้อนข้ามกันระหว่างเซลล์ลูกค้า มากกว่าหนึ่งตัวอย่าง ในกระบวนการเพาะเลี้ยง เซลล์ต้นกำเนิดชนิด MSCs ทำให้ตัวอย่างเซลล์เสียหาย หรือต้องขอเก็บตัวอย่างใหม่หรือยกเลิกสัญญา
2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment and Prioritize)

ความเสี่ยงที่ระบุได้จะถูกนำมาประเมินเพื่อจัดลำดับความสำคัญ โดยพิจารณาจากผลกระทบทางบวกและทางลบที่เกิดขึ้นจริงหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความรุนแรง (Severity) ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร สามารถแบ่งระดับความเสี่ยงได้ดังนี้

ระดับความเสี่ยง
ต่ำมาก (1)
ต่ำ (2)
กลาง (3)
สูง (4)
สูงมาก (5)
3. การตอบสนองและจัดการความเสี่ยง (Risk Response and Mitigation)

คณะทำงานต้องจัดทำแผนการตอบสนองต่อความเสี่ยงที่ประเมินไว้ เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงให้อยู่ภายในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk appetite) ตามกรอบการบริหารความเสี่ยง ได้แก่ การหลีกเลี่ยง (Avoidance) การลด (Reduction) การยอมรับ (Acceptance) และการแบ่งปันหรือถ่ายโอนความเสี่ยง (Sharing or Transfer) รวมถึงการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง มาตรการควบคุมภายใน และแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อจำกัดระดับความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการรับมือความเสี่ยง

ระดับความเสี่ยงโดยรวม สัญลักษณ์ การจัดการความเสี่ยง
ต่ำ (Low; L) สีเขียว ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยไม่ต้องมีการควบคุม ความเสี่ยงไม่ต้องมีการจัดการเพิ่มเติม
ปานกลาง (Medium; M) สีเหลือง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แต่ต้องจัดทำแผนรองรับการดำเนินการ โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบความเสี่ยงนั้น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงย้ายไปยังระดับที่ยอมรับไม่ได้
สูง (High; H) สีส้ม ระดับความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดทำแผนรองรับการดำเนินงาน โดยมติที่ประชุมคณะทำงานบริหารความเสี่ยง และรายงานให้กับประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับทราบ
สูงมาก (Extreme; E) สีแดง ระดับความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดทำแผนรองรับการดำเนินงาน โดยมติที่ประชุมคณะทำงานบริหารความเสี่ยง และรายงานให้กับประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับทราบ
4. การติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผล (Monitoring and Reporting)

การระบุเหตุการณ์หรือปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและการดำเนินงาน รวมถึงการระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging risks) ที่อาจมีความไม่แน่นอนสูงแต่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ผ่านช่องทางและวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มและข้อมูลจากพนักงานผู้รับผิดชอบกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวกับความสนใจ ความคาดหวัง ความกังวลของผู้มีส่วนได้เสียโดยพิจารณาจากการวิเคราะห์กิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำ (Upstream) ไปจนถึงกิจกรรมปลายน้ำ (Downstream) เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจในแต่ละกิจกรรมหลัก

5. การทบทวนและรายงานการบริหารจัดการความเสี่ยง (Review and Oversight)

การทบทวนและประเมินประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยงเป็นระยะ โดยพิจารณาความเหมาะสมของนโยบาย โครงสร้างการกำกับดูแล และกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมรายละเอียดตั้งแต่การระบุ ประเมิน จัดการ และรายงาน เพื่อปรับปรุงแก้ไข และพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ กลยุทธ์ หรือวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อความเสี่ยงหรือไม่

6. การสื่อสารและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Communication and Improvement)

การสื่อสารด้านความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ พร้อมนำผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยง นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

การบูรณาการนโยบายการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายการบริหารความเสี่ยงเพื่อเป็นรากฐานในการบรรลุวัตถุประสงค์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้การนำหลักการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามมาตรฐานสากล COSO ERM (Enterprise Risk Management) มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง (RMC) ทำหน้าที่กำกับดูแลให้ระดับความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)

การบูรณาการนโยบายการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน โดยมุ่งเน้นการมีระบบควบคุมที่เพียงพอเพื่อป้องกันความเสียหายและช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ภายใต้การนำหลักของ COSO Internal Control-Integrated Framework ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และใช้หลักการ Risk Based Audit (การตรวจสอบโดยเน้นตามความเสี่ยง) ในการประเมินทั้ง 5 ด้าน และจัดให้มี ผู้ตรวจสอบภายในที่มีความเป็นอิสระ รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมสำคัญของบริษัทดำเนินไปอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล COSO ERM (Enterprise Risk Management) ครอบคลุมทุกหน่วยงาน เพื่อให้การระบุ ประเมิน ควบคุม และติดตามความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทของธุรกิจ สามารถป้องกัน ลดผลกระทบ และจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบเหตุการณ์ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ (Significant Risk Events) 0 กรณี ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

เป้าหมาย เป้าหมายระยะสั้น
ภายในปี 2570
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
ปี 2568
จำนวนเหตุการณ์ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ 0 กรณี ต่อเนื่อง 0 กรณี

บริษัทฯ ดำเนินการและบริหารความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก ผ่านการพิจารณาความเสี่ยง (Risk) และ โอกาส (Opportunities) ครอบคลุมและสอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางขององค์กร ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategy Risks) ที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risks) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงการพิจารณาความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีผลกระทบต่อความสามารถขององค์กร แล้วนำมาพิจารณากำหนด แผนในการจัดการกับความเสี่ยง หรือ ดำเนินการใช้ประโยชน์จากโอกาสได้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อให้สามารถกำหนดวิธีการควบคุมและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัวและรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อธุรกิจ รวมถึงทบทวนความเหมาะสมของนโยบาย และแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร เพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดการประเมินความเสี่ยงขององค์กรดังนี้

ประเด็นความเสี่ยง (Risk Description)
1. ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ 10. ผู้แทนไม่สามารถเก็บเงินได้ตามแผน
2. การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานไม่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ภายในองค์กร 11. การบันทึกข้อมูล, ออก Certificate ผิดพลาด / ล่าช้า
3. การทุจริตคอร์รัปชัน 12. ผลการปฏิบัติงาน LAB ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้
4. ผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่มีคุณภาพ หรือประสิทธิภาพ 13. ได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ตรงตามความต้องการ
5. ปริมาณสินค้าไม่เพียงพอต่อการเบิก-จ่าย 14. การจัดเก็บตัวอย่างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (CB)
6. ไม่สามารถส่งตัวอย่างข้ามประเทศ หรือขนส่งตัวอย่างล่าช้า 15. การจัดเก็บตัวอย่างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (AT)
7. การรั่วไหลของข้อมูลบนคลาวด์ และฐานข้อมูลภายใน 16. ระยะเวลาระหว่างการขนส่งตัวอย่าง ไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
8. การถูกโจรกรรมฐานข้อมูล 17. การคัดแยกเซลล์ผิดพลาด หรือการคัดแยกไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้ตัวอย่างเซลล์เสียหาย หรือต้องขอเก็บตัวอย่างใหม่หรือยกเลิกสัญญา
9. ไม่สามารถปิดการขายได้ 18. การปนเปื้อนข้ามกันระหว่างเซลล์ลูกค้า มากกว่าหนึ่งตัวอย่าง ในกระบวนการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดชนิด MSCs ทำให้ตัวอย่างเซลล์เสียหาย หรือต้องขอเก็บตัวอย่างใหม่หรือยกเลิกสัญญา

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระดับความรุนแรง โดยมุ่งเน้นการควบคุมเชิงป้องกันสำหรับความเสี่ยงระดับปานกลาง และการดำเนินการเชิงรุกอย่างเร่งด่วนสำหรับความเสี่ยงระดับสูง เพื่อรักษามาตรฐานการดำเนินงานและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว สำหรับประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง ประกอบด้วย 1) ประเด็นความเสี่ยง ไม่สามารถปิดการขายได้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการเติบโตเชิงกลยุทธ์ ผ่านการพัฒนาตลาด (Market Development) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) ควบคู่กันโดยมุ่งขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคต เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มอัตราการปิดการขายอย่างยั่งยืน และ2) การบันทึกข้อมูล, ออก Certificate ผิดพลาด ล่าช้า โดยการปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารให้เป็นมาตรฐานใหม่และจัดทำคู่มือขั้นตอนการดำเนินงาน (SOP) ที่ชัดเจน พร้อมกำหนดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ใช้ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อใกล้ครบกำหนดเวลาและกำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจยังไม่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน แต่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในอนาคต โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ มาตรฐาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่คุณค่า การดำเนินงาน และการเข้าถึงตลาดในระดับสากล สำหรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ที่อาจมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชีวเภสัชภัณฑ์และการแพทย์ขั้นสูง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่อาจส่งผลต่อรูปแบบการแข่งขัน ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจกระทบต่อการขยายธุรกิจและความต่อเนื่องของห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร (Resilience) การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด (Monitoring) และการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว